
หลายท่านอาจไม่ทราบว่า นอกจากภารกิจด้านการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมายแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพกฎหมายของประเทศด้วยการขับเคลื่อนการนำแนวปฏิบัติด้านกฎหมายที่ดี (Good Regulatory Practices หรือ GRP) มาปรับใช้กับระบบกฎหมายของประเทศไทย
หนึ่งในแนวปฏิบัติ GRP สำคัญที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (หรือที่รู้จักกันในนาม “OECD”) แนะนำให้นานาประเทศยึดถือคือ การสร้างกลไกหรือการมีหน่วยงานกลางที่มีบทบาทการเป็น “ผู้คุมกฎ” หรือ “Oversight Body” ซึ่งสำนักงานฯ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดังกล่าวในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการบังคับใช้พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 กล่าวคือ เป็นหน่วยงานกำหนดขั้นตอนและวิธีการ รวมทั้งตรวจสอบการวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย รับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง และประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายที่จัดทำโดยหน่วยงานของรัฐที่ต้องการเสนอร่างกฎหมายใหม่หรือแก้ไขตัวบทกฎหมายที่มีอยู่เดิม เพื่อให้กฎหมายที่บังคับใช้อยู่แก่ประชาชนคนไทยไม่เป็นภาระหรืออุปสรรคต่อการดำรงชีวิตเกินสมควรและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ

ในบทบาทการเป็น “Oversight Body” ทางกฎหมายดังกล่าว ทำให้สำนักงานฯ ต้องทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ OECD เพื่อปรับปรุงแนวปฏิบัติในเรื่องนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยในปัจจุบัน สำนักงานฯ มีความร่วมมือในการจัดทำบทประเมินคุณภาพกฎหมายไทย (Regulatory Policy Review) ร่วมกับ OECD ตามมาตรฐานของประเทศสมาชิก OECD ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ OECD (Country Programme) ระยะที่สอง นอกจากนั้น ยังมีความร่วมมือในการปรับปรุงแก้ไขแนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย (หรือที่ในวงการรู้จักกันในนามรายงาน RIA (Regulatory Impact Assessment)) เพื่อลดภาระของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่เสนอกฎหมายโดยการกำหนดความเข้มข้นของการวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายให้สอดคล้องกับผลกระทบของกฎหมายต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง ซึ่งภารกิจดังกล่าวคาดว่าจะสำเร็จลุล่วงภายในปลายปี 2567 ที่จะถึงนี้
แม้ว่าการพัฒนากฎหมายจะดูเหมือนเป็นเรื่องภายในเฉพาะของแต่ละประเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับมีบทบาททั้งในทางการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศที่เป็น “hard power” ที่ประเทศคู่เจรจาต้องปฏิบัติตาม และในการสร้างการยอมรับและผูกมิตรไมตรีกับประเทศต่าง ๆ หรือ “soft power” ด้วย สำหรับบทบาทในลักษณะ hard power นั้น จะเห็นได้ชัดเจนจากการเจรจาในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework หรือ IPEF) ที่กำหนดให้การพัฒนากฎหมายเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญสำหรับประเทศที่สนใจเข้าร่วมในกรอบเศรษฐกิจดังกล่าวต้องร่วมกันตกลงและปฏิบัติตาม ในเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ เข้าร่วมเป็นคณะผู้แทนหน่วยงานไทยในการเข้าร่วมเจรจาเพื่อให้การยกร่างความตกลงสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนากฎหมายที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่ข้างต้น

นอกจากนั้น การพัฒนากฎหมายยังมีส่วนในการสร้าง soft power ให้แก่ประเทศไทยในฐานะผู้นำในภูมิภาคด้านการพัฒนากฎหมายให้เป็นไปตามหลักสากล สำนักงานฯ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นหน่วยงานหลักเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความสำเร็จ และบทเรียนที่ได้จากการพัฒนากฎหมายผ่านเครือข่ายการมีกฎหมายที่ดีของภูมิภาคอาเซียนและประเทศสมาชิก OECD หรือที่เรียกว่า ASEAN-OECD Good Regulatory Practice Network (GRPN) ซึ่งสำนักงานฯ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายดังกล่าวมาแล้วเมื่อการประชุมครั้งที่ 5 ในปี 2562 และจะได้รับเชิญเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งที่ 8 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ที่จะถึงนี้ การได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมในฐานะเจ้าภาพและบอร์ดบริหารเครือข่าย แสดงให้เห็นว่า ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศสมาชิก OECD ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ให้การยอมรับความเป็นผู้นำในเรื่องนี้ของประเทศไทย
Soft power ทางกฎหมายอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่หลายคนไม่เคยได้ยิน แต่จะกลายเป็นพลังเงียบที่ช่วยเสริมสร้างอำนาจทางการต่อรองทางการค้าและเศรษฐกิจต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายเพื่อการพัฒนา : ไทยต้องมียุทธศาสตร์ทางกฎหมายเพื่อรับมือกับระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลง
ระเบียบโลก (World Order) ในปี 2569 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ประเทศไทยมีทางเลือกสองทาง ทางแรก เลือกที่จะตั้งรับเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น หรือ ทางที่สอง กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส
กฤษฎีการ่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิก OECD
ประเทศไทยขยับเข้าใกล้การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไปอีกขั้นสำคัญ หลังยื่นบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum)
งานประชุมวิชาการนานาชาติประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา OCS Symposium 2026 'Strengthening Thailand’s Resilience: Law Development in an Era of Global Paradigm Shift'
ท่ามกลางพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือรูปแบบเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป
อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย
นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”
ปลัด กต. เผย ภารกิจการต่างประเทศ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น 'เสถียรภาพการเมืองไทย' หลังมีรัฐบาลใหม่
นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจและผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ด้าน ปลัดกต. เผยหลังได้รัฐบาลเตรียมฟื้นความเชื่อมั่น-ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
'คำนูณ' ชำแหละ 3 MOU 3 มาตรฐาน ในการเสนอเรื่องต่อครม.มีขั้นตอนถูกต้องฉบับเดียว
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความเรื่อง 3 MOU 3 มาตรฐาน มีเนื้้อหาดังนี้ ไปเป็นกรรมาธิการศึกษาข้อเสียข้อดี MOU ไทย-กัมพูชาของวุฒิสภาครั้งนี้ ได้ข้อมูลใหม่จากเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทำให้เมื่อค่อย ๆ คิดแล้วก็สามารถต่อยอดจนตกผลึกเป็นแง่มุมใหม่ ๆ มาจับเข่าเล่าสู่กันฟัง

