
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ระเบียบโลก (World Order) ในปี 2569 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ประเทศไทยมีทางเลือกสองทาง ทางแรก เลือกที่จะตั้งรับเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น หรือ ทางที่สอง กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส
การสร้างนโยบายและธรรมาภิบาลด้านกฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศจัดการกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศได้อย่างยั่งยืน กล่าวคือ การออกกฎหมายต้องตั้งอยู่บนการวิเคราะห์ต้นทุน ความคุ้มค่า และเลือกใช้มาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมกับปัญหาทางสังคมหรือเศรษฐกิจที่ต้องการแก้ไขและผ่านการพิจารณาจากการรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วการนำกฎหมายไปบังคับใช้หน่วยงานต้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของการออกกฎหมายโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เป็นตัวชี้วัด ในขณะเดียวกันเมื่อกฎหมายหมดความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคม หรือแก้ไขปัญหาของสังคมได้สำเร็จแล้ว ก็มีกระบวนการแก้ไขหรือยกเลิก เพื่อลดจำนวนกฎหมาย และนำไปสู่สังคมที่ไม่สร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็นให้แก่ประชาชน อันจะเป็นการส่งเสริมการเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก
ในช่วงสามปีที่ผ่านมา (2566-2568) รัฐบาลผลักดันให้หน่วยงานของรัฐเริ่มคุ้นชินกับ “กระบวนการ” ของการมีกฎหมายที่ดี ข้อมูลสถิติการใช้งานระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) พบว่า หน่วยงานนำร่างกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวงขึ้นรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉลี่ยมากกว่า 1,000 โครงการต่อปี สูงขึ้นกว่าปี 2565 ที่มีเพียง 407 โครงการ นอกจากนั้น สถิติการใช้งานระบบกลางทางกฎหมายยังเผยอีกว่า คนไทยให้ความสนใจแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง เช่น ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... (2568) ได้รับความเห็นจากประชาชนกว่า 77,000 ครั้ง นอกจากนั้น มีประชาชนสนใจให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. .... (2568) เกือบ 30,000 ครั้ง

ในการนี้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบบังคับใช้กฎหมายได้ดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบตามรอบการประเมินทุกห้าปี ซึ่งเป็นหน้าที่ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 โดยในปี 2566 มีกฎหมายที่ผ่านการประเมินผลสัมฤทธิ์จำนวน 248 ฉบับ ปี 2567 จำนวน 217 ฉบับ และปี 2568 จำนวน 170 ฉบับ (รวมเป็นจำนวน 635 ฉบับหรือร้อยละ 65 ของจำนวนกฎหมายแม่บททั้งหมดของประเทศ)

แม้ว่าได้ดำเนินการตามกระบวนการครบถ้วน แต่คำถามต่อไปคือ แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการดำเนินนโยบายกฎหมายเหล่านี้
หากต้องการให้นโยบายด้านกฎหมายส่งผลให้เกิดการสร้างธรรมาภิบาลภาครัฐที่ส่งผลเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม รัฐบาลใหม่ควรพิจารณาผลักดันให้มีการนำบทวิเคราะห์ผลกระทบและความจำเป็นของร่างกฎหมาย รวมทั้งความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาอย่างจริงจังมากกว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการประชุมของคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้น ในระหว่างที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ ต้องเปลี่ยนทัศนคติของหน่วยงานให้เลิกบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอาผิดผู้กระทำผิดเป็นหลัก มามุ่งเน้นให้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้อง มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่รับบริการของรัฐ และเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายเพื่อประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่อาจดำเนินการได้ทันทีตามสถานการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ
หากทุกฝ่ายดำเนินการเช่นนี้ได้ ระบบกฎหมายไทยจะมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น และคล่องตัว (Agile Regulatory System) มีกลไกการชำระล้างกฎหมาย กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสในยุคแห่งพลวัตการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างโลก
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงผลักดันการพัฒนาคุณภาพบทวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายและสรุปผลการรับฟังความเห็นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้น สำนักงานฯ มีแผนเร่งผลักดันการลด ตัด และเลิกกระบวนการ เอกสาร และแนวปฏิบัติที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย (Eliminate Regulatory Slush) เพื่อให้การออกใบอนุญาต การรับจดทะเบียน หรือการให้บริการอื่นของรัฐเป็นไปอย่างรวดเร็ว สนับสนุนการประกอบอาชีพ และการดำรงชีพของประชาชน
สุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่ง สำนักงานฯ ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการดำเนินรัฐกิจ (Adopt Technology to Improve Administrative Efficiency) เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการกำหนดแผนการพัฒนาที่ต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
การคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย
ปัจจุบันภัยหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อมีการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดประชุมวิชาการประจำปี 2569 'Strengthening Thailand's Resilience: Law Reform in an Era of Global Paradigm Shifts' 'เตรียมความพร้อมประเทศไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์โลก'
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Strengthening Thailand's Resilience: Law Reform in an Era of Global Paradigm Shifts” หรือ“เตรียมความพร้อมประเทศไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์โลก” ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ ห้องลุมพินี 1-2 โรงแรม Grande Centre Point Lumphini Bangkok
รัฐบาลยันปี 2571 ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD แน่
รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย–เศรษฐกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน ตั้งเป้า 2571
'ผู้นำนิกายชีอะห์' ชำแหละ แผนการล่าอาณานิคมขั้นสูง เหตุ 'อิหร่าน' โจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
นายซัยยิด สุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์แห่งประเทศไทย เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ·
หยาดอัสสุชลเหนือซากเตหะราน กับรอยร้าวของโลกที่ไม่อาจเยียวยา
วินาทีที่เปลวเพลิงจากระเบิดกัมปนาทฉีกกระชากท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะรานจนสว่างจ้าผิดธรรมชาติ โลกไม่ได้เพียงแค่สะดุ้งตื่นจากเสียงปะทุของสงคราม หากแต่ต้องยืนมองหยาดอัสสุชลที่ไหลนองเหนือซากอธิปไตยของอิหร่านที่เคยเชื่อว่ามั่นคง
กฤษฎีการ่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิก OECD
ประเทศไทยขยับเข้าใกล้การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไปอีกขั้นสำคัญ หลังยื่นบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum)

