สส. พร้อมเสริมพลังเครือข่าย รับมือไฟป่าหมอกควัน ขานรับนโยบาย รมว.ทส. ลดพื้นที่ไฟไหม้ 50 %

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เข้าร่วมการประชุมรับมอบ พร้อมขานรับนโยบาย รมว.ทส. เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2567 เสริมพลังภาคประชาสังคมและเครือข่ายภาคประชาชน สื่อสารเชิงรุก ลดพื้นที่ไฟไหม้ลง 50 %

วันนี้ (วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566) พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2567 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ รักษาราชการแทนรองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกระทรวงฯ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เข้าร่วมการประชุม ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

รมว.ทส. กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองมีความรุนแรงมากขึ้น ได้ตั้งคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน และเร่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับพื้นที่ โดยได้มีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อรับสถานการณ์ พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 17 จังหวัด เร่งรัดการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นควัน PM2.5 ทั้งระบบ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยความ “แม่นยำ รวดเร็ว ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ” เน้นสื่อสารทุกระดับของภาครัฐ ควบคุมให้ลดการเผาไหม้ทั้งในพื้นที่เกษตรเผาไหม้ซ้ำซาก มุ่งเป้าที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติที่มีสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง เน้นมาตรการ “ตรึงพื้นที่ ให้มีจุดเฝ้าระวังทุกพื้นที่ป่า จัดระเบียบการเก็บหาของป่าอนุญาตเฉพาะคนในพื้นที่ผ่านการลงทะเบียนรายบุคคล ปิดป่าเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง” จัดการเชื้อเพลิงในห้วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งจุดเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ กำลังพลและเครื่องมือพร้อมปฏิบัติในการดับไฟป่าได้อย่างทันท่วงที ดึงหมู่บ้านเครือข่ายดับไฟป่าร่วมในการดับไฟป่า โดยมีเป้าลดพื้นที่ไฟไหม้ลดลง 50 % จากปี พ.ศ.2566 นอกจากนี้ ทส.ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ประสานงานขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านในระดับอาเซียนและระดับพหุภาคี ป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน การแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นต้องทั่วถึงทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่รวดเร็วและถูกต้อง

ในส่วนของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและมลพิษทางอากาศ ด้วยการสื่อสารเชิงรุก สร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วม ลดปัญหาหมอกคัวน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ครอบคลุมพื้นที่เมือง พื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน พัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) และภาคีเครือข่าย สร้างการรับรู้ให้กับชุมชนในรูปแบบเคาะประตูบ้าน ในการเฝ้าระวังไฟป่า และฝุ่นละออง PM2.5 และตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมี สมาชิก ทสม. ครอบคลุมทั่วประเทศ กว่า 2 แสนคนและ พื้นที่ 17 จังหวัด ภาคเหนือ กว่า 7 หมื่นคน อีกทั้ง ยกระดับศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านและชุมชนต้นแบบปลอดการเผา พื้นที่ภาคเหนือ ขยายผลสู่พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และภาคกลางต่อไป และที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ได้มีสภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายภาคประชาสังคมและ เครือข่าย ทสม. พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมรับนโยบาย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองไปสู่เป้าหมายได้อย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รมว.สุชาติ' เปิดปฏิบัติการค้นหา 3 คนไทยสูญหายดอยจ้อง เชียงราย ระดม 'กรมอุทยานฯ' ผนึกทุกภาคส่วน ล่าสุดพบแล้ว 2 เร่งค้นหาอีก 1 คน

นายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดเผยถึงกรณีคนไทย 3 คนสูญหายบริเวณดอยจ้อง ใกล้อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า ได้สั่งการด่วนให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง มูลนิธิกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ

'รมว.สุชาติ' สั่งกรมอุทยานฯ เปิดสายด่วน 1362 รับแจ้งเหตุน้ำท่วม 24 ชม. หวั่นประชาชนตกค้าง ย้ำเดินหน้าตามนโยบาย 'นายกอนุทิน' ช่วยผู้ประสบภัยทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายสุชาติกล่าวว่า การเปิดสายด่วน 1362 ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งพิกัดและขอความช่วยเหลือได้โดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมสูง พื้นที่ที่รถไม่สามารถเข้าถึง หรือมีผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน

'สุชาติ' เผย 'ทช.' ระดมกำลัง-เรือ3ลำ ลุยช่วยน้ำท่วมราชบุรี เคลื่อนย้ายประชาชน-ลำเลียงสิ่งของ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนเต็มกำลัง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ถึงการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรของกรมฯ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยยึดหลัก “ทส.หนึ่งเดียว” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง

'รมว.สุชาติ' ลงลาดกระบังอีกครั้ง เติมกำลังใจผู้ประสบภัย-เจ้าหน้าที่ ส่งไอศกรีม-ส้มสายน้ำผึ้งฝาง พร้อมอาหารสัตว์ 'ทส.หนึ่งเดียว' ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมรายงานสถานการณ์ ท่านนายกฯ อนุทิน

นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้สามารถรับทราบปัญหาจากหน้างานและปรับแผนการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกำชับทุกหน่วยงานภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว” ทำงานเชิงรุกร่วมกับท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง ทั้งการดูแลอาหาร น้ำดื่ม การเดินทาง และการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก

“สุชาติ” ควง “วราวุธ” ลงพื้นที่นิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี รับฟังสถานการณ์น้ำ เร่งประสานชลประทานผลักดันน้ำลงทะเล ย้ำระบายน้ำต้องไม่กระทบชุมชน

วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

'สุชาติ' ส่งทีม ทส. ลุยปราจีนบุรี-นครนายก เร่งช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ตั้งครัวสนาม-ส่งอาหารถึงมือผู้ประสบภัย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจิตอาสาและรถประกอบอาหารของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมจัดตั้งครัวสนามในพื้นที่ เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกและจัดส่งให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนน้ำสะอาดและสิ่งของจำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด