'พิเชษฐ์' โวสภาฯ อยู่อย่างเท่ ประหยัด ส่งงบคืนรวมกับ สว. ปีละ 5 พันล้าน

‘พิเชษฐ์’ โวสภาฯ ประหยัด อยู่อย่างเท่ ใช้งบไม่หมดต้องส่งคืน รวมกับ สว. 5 พันล้านบาทต่อปี ปลุก สส. ร่วมหนุน พ.ร.บ.แก้ไขระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา เพื่อความเป็นอิสระ

14 มิ.ย. 2567 – ที่รัฐสภา สำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.) จัดสัมมนาวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีเนื้อหามิติเศรษฐกิจมหาภาคและการคลัง การรักษาเสถียรภาพและความยั่งยืนทางการคลัง โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มขีดความสามารถและความอิสระของฝ่ายนิติบัญญัติในกระบวนการงบประมาณ ทั้งนี้ นายพิเชษฐ์​ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานในพิธีเปิด และบรรยายเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถ และความอิสระของฝ่ายนิติบัญญัติ ในกระบวนการงบประมาณ

โดยนายพิเชษฐ์​ กล่าวว่า คาดหวังจะรับทราบเสียงสะท้อนจากประชาชนเพื่อนำไปปรับปรุงการจัดทำงบประมาณต่อไป ทั้งงบกลางตามอำนาจของนายกรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัตินั้นจะต้องตรวจสอบ อย่างเข้มข้น เพื่อให้การใช้งบแผ่นดินเป็นไปด้วยความโปร่งใส ความคุ้มค่าและเป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งงบกลางของนายกฯ พอใช้ไม่หมด 1 ปี ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

“ที่ผ่านมารัฐบาลมีเทคนิคที่จะหลบเลี่ยงในการตรวจสอบต่างๆ ตรงนี้ฝ่ายนิติบัญญัติจำเป็นจะต้องเข้มแข็ง เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ฝั่งโน้นฝั่งนี้ไปเป็นรัฐบาลก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลตลอดชีวิตหรือเป็น 100 ปีผลัดเปลี่ยนกันไป แต่การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องเข้มแข็ง” นายพิเชษฐ์ ระบุ

นอกจากนี้เห็นว่า สงร.ควรเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถ ในเรื่องการตรวจสอบการใช้เงินของประเทศ โดยจะต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น ให้ สส. และ สว.ได้มีส่วนร่วม รวมทั้งจะต้องเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระและมีข้อมูลเพื่อให้ สส. สว. นำไปใช้ในการพิจารณางบประมาณ และประชาชนสามารถเข้ามารับทราบงบประมาณของจังหวัดตัวเอง เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนใหเการกระจายงบประมาณทั่วถึง

“ปัจจุบันนี้สภาฯ อยู่อย่างประหยัด อยู่อย่างเท่ เราใช้เงินไม่หมด ก็คืนให้กับรัฐบาลทุกปี ปีหนึ่งงบ สส. และ สว.รวมแล้วประมาณ 5 พันล้านบาทที่ต้องคืน และ สส. ก็ไม่สามารถแปรญัตติเพิ่มงบประมาณให้กับตัวเองได้ เพราะกลัวขัดรัฐธรรมนููญที่ไม่ให้ สส. เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพราะกลัวเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง ตัวอย่าง งบในปี 68 เราได้งบฯ ทั้ง สส. และ สว. มีสัดส่วน 0.2 % ของงบทั้งประเทศ และเมื่อเทียบกับกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการที่ได้มาก สภาฯ ยังได้น้อยกว่าบางกรมของกระทรวงเหล่านี้ ดังนั้นเราจะขับเคลื่อนประชาธิปไตยได้อย่างไร จึงทำให้ สส. ที่เป็นกรรมาธิการงบฯก็ไม่กล้าแปรญัตติเพิ่มให้ทั้งที่เราขอเพิ่มไป 800 ล้านบาท จึงขอฝากให้จัดงบปี 69 เพิ่มกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อให้ได้งบจาก 5,400 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้การที่เราไม่ได้งบเพิ่ม จุดอ่อนคือสภาฯ ชี้แจงของบไม่ชัดเจน” รองประธานสภาฯ ระบุ

อย่างไรก็ตาม หากสภาฯ สามารถหางบได้ด้วยตัวเองก็เป็นการดี เพราะวันนี้เราแพ้ อบต. แพ้เทศบาล ที่งบประมาณเหลือ เขาสามารถสะสมงบประมาณได้ แต่สภาฯ ต้องคืนทุกปี เพราะเราไม่สามารถจัดการตัวเองเพื่อไม่ต้องคืนเงินที่เหลือจ่ายได้ ซึ่งตอนนี้ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของสภาฯ เพื่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา เมื่อร่างสร็จแล้วก็ต้องส่งให้รัฐบาล เนื่องจากเป็นกฎหมายการเงิน เมื่อเข้าสภาฯ แล้ว เชื่อว่าทุกพรรคคงไม่ขัดข้อง ดังนั้นต่อไปนี้เราจะต้องสู้ และขอให้ สงร. ไปวิจัยว่าในปีงบประมาณปี 69 และ ปี 70 สภาฯ ควรมีงบประมาณเท่าไหร่ ซึ่งควรจะเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อนำไปอ้างอิงกับสำนักงบประมาณ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ธนาธร-พรรคส้ม’ กับวลี ‘สส. ไม่มีหน้าที่พัฒนาจังหวัด‘

วิธีคิดทางการเมืองของพรรคประชาชนหรือส้ม ตั้งอยู่บนฐานความเชื่อชุดเดียวกันมาตลอด นั่นคือการมองการเมืองเป็นเรื่องของโครงสร้าง กฎหมาย และระบบ มากก

'ปชน.' แจง กกต. แล้ว! ที่มาแหล่งเงิน 7.4 แสนล้าน 15 นโยบายประชานิยม

คณะทำงานฯ กกต. ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ให้แจงรายละเอียด-ที่มาแหล่งเงิน 15 นโยบายหาเสียง ใช้งบทะลุ 7.4 แสนล้านบาท 'เท้ง' แจ้นแจงรัวๆ ยังไม่แผ่วชนกองทัพ พ่วงจัดทำรธน.ฉบับใหม่ ทำให้ไทยมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นสากล