อึ้ง!! วัยเก๋า 80% ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกโอนเงิน-เผยข้อมูลส่วนตัว

อึ้ง!! วัยเก๋า 80% ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกโอนเงิน-เผยข้อมูลส่วนตัว พม.-สสส.-ม.มหิดล-กลุ่มคนตัว D สานพลัง พัฒนานวัตกรรมหลักสูตร “หยุด คิด ถาม ทำ” รุกแก้ปม เตรียมบรรจุในโรงเรียนผู้สูงอายุ 2,456 แห่งทั่วประเทศ มุ่งขับเคลื่อนนิเวศสื่อสุขภาวะ สร้างสังคมสูงวัยรู้ทันสื่อ

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2567 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566 พบผู้สูงอายุไทยมีจำนวนกว่า 13 ล้านคน คิดเป็น 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนด ไทยจึงต้องเร่งสานพลังความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อรองรับสังคมสูงอายุ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพผู้สูงอายุ ให้กลายเป็นผู้สูงอายุที่มีพลังและคุณภาพ (Active Aging) สอดรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า สถานการณ์และผลกระทบจากการเปิดรับสื่อของผู้สูงอายุไทย ปี 2566 โดยศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ (Intelligence Center for Elderly Media Literacy – ICEML) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงผ่านสื่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิม 22.40% ถูกหลอกให้ซื้อของที่ไม่ได้คุณภาพ 70.53% ถูกหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 14.06% ที่สำคัญข้อมูลมติสมัชชาผู้สูงอายุระดับชาติรองรับสังคมสูงวัย ปี 2566 พบว่า ผู้สูงอายุมีความสามารถในการใช้สื่อเทคโนโลยีและการรู้เท่าทันภัยจากเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับต่ำ สะท้อนการเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงจากสื่อได้ง่าย

“พม. สานพลัง สสส. มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด พัฒนานวัตกรรมหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ “หยุด คิด ถาม ทำ” เครื่องมือที่ช่วยสร้างสังคมการสื่อสารที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไม่ให้ใครตกเป็น “เหยื่อ” ของผู้ไม่หวังดี เพิ่มความปลอดภัยในการใช้ชีวิต การรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังสื่อของผู้สูงอายุ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ มุ่งเป้าขยายผลหลักสูตรในโรงเรียนผู้สูงอายุ 2,456 แห่งทั่วประเทศ หวังเพิ่มภูมิคุ้มกันด้านการรู้เท่าทันสื่อให้กับผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง” นายวราวุธ กล่าว

​นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สสส. กล่าวว่า อีก 20 ปีข้างหน้า ไทยจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุกว่า 30% ของประชากรทั้งหมด การเตรียมพร้อมปัจจัยสุขภาพ โดยเฉพาะการสร้างนิเวศสื่อสุขภาวะ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ สสส. ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมา สสส. สานพลัง ภาคีเครือข่าย สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อในกลุ่มผู้สูงอายุผ่านการดำเนินงาน 3 ด้าน 1.พัฒนาทักษะเท่าทันสื่อให้ผู้สูงอายุใช้สื่ออย่างปลอดภัย ยกระดับเป็นเครือข่ายอาสาสูงวัยเฝ้าระวังสื่อในระดับพื้นที่ 2.สื่อสารสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการรู้เท่าทันสื่อ ให้ผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง 3.จัดการความรู้สู่การขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบาย จัดตั้งศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ล่าสุด ได้ขยายผลพัฒนาหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ มุ่งให้ผู้สูงอายุเป็นพลเมืองสูงวัยเท่าทันสื่อ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.iceml.org/Doc/Curriculum-2024-Media-Literacy.pdf

นายวันชัย บุญประชา​ ที่ปรึกษากลุ่มคนตัว D บริษัท ทำมาปัน จำกัด กล่าวว่า กลุ่มคนตัว D สานพลัง สสส. สร้างเสริมการรู้ทันสื่อให้กับผู้สูงวัย ตั้งแต่ ปี 2561 โดยสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุผ่านเวที “สูงวัยรู้ทันสื่อ” ยึดหลักคาถา 3 ข้อ 1.จำเป็นไหม 2.ไปหาข้อมูลก่อน 3.เดือดร้อนใครหรือไม่ มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกว่า 5,000 คน ใน 21 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค มุ่งเป้ายกระดับสู่การสร้างเครือข่ายอาสาสูงวัยรู้ทันสื่อขึ้นในระดับชุมชน การสานพลังขยายผลนวัตกรรมหลักสูตรครั้งนี้ จะสร้างความตื่นตัวของผู้สูงอายุ ที่จะรู้ทัน และมาเป็นเครือข่ายอาสาสูงวัยรู้ทันสื่อ และเกิดเป็นกลไกร่วมเฝ้าระวังสื่อในระดับประเทศ

​รศ.ดร.นันทิยา ดวงภุมเมศ ประธานศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ ICEML กล่าวว่า ปี 2566 ได้ยกระดับให้เกิดผลระดับประเทศ โดยสานพลังการทำงานทุกภาคส่วน พัฒนาหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ตอบโจทย์ทั้งเชิงนโยบายและการปฏิบัติในระดับประเทศ สอดรับกับผลสำรวจสถานการณ์และผลกระทบจากการใช้สื่อของผู้สูงอายุไทย ที่พบผู้สูงอายุไทยใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงผ่านสื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.ชูแผนสร้างเด็กเข้มแข็ง ผ่านแนวคิด “ชุมชนนำ” –“เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

เด็กไทยเกือบครึ่งมีชีวิตเปราะบาง จากปัญหาครอบครัวไม่พร้อมหน้า สสส.ระดมเครือข่ายสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ชุมชนนำ-เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน

เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%

“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ

“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)

รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”

“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %

วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”