“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้แนวคิด “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์” จนสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างนวัตกรรมบริการสาธารณะด้านน้ำดื่ม พลังงาน และการศึกษา ส่งผล ให้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบที่มีหน่วยงานจากทั่วประเทศเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

ตำบลเตาปูนมีพื้นที่กว่า 211,878 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นป่าสงวนและภูเขาสูง ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยว ทำให้ครัวเรือนเกษตรกรมีหนี้สินสูงถึงร้อยละ 99.36 อีกทั้งที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหา      ในพื้นที่เป็นไปอย่างแยกส่วนและขาดการบูรณาการ

นายณัฐพล ทองไหล นายกเทศมนตรีตำบลเตาปูน เปิดเผยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงด้านวิชาการตั้งแต่ปี 2556 ทำให้ทุกภาคส่วนในชุมชน ทั้ง อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และสภาท้องถิ่น ร่วมวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ ภาพฝันของผมคือการเห็นคนเตาปูนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความเท่าเทียม ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

หนึ่งในนวัตกรรมที่เห็นผลชัดเจนคือระบบน้ำดื่มสะอาด เทศบาลลงทุนสร้างโรงผลิตน้ำมาตรฐานและติดตั้งตู้กดน้ำหยอดเหรียญ 32 ตู้ ครอบคลุมทั้ง 11 หมู่บ้าน ให้ประชาชนสามารถซื้อน้ำดื่มได้ในราคาเพียง 1 บาทต่อ 20 ลิตร พร้อมจัดจุดบริการน้ำดื่มฟรี 10 จุด และสนับสนุนน้ำฟรีสำหรับงานบุญและกิจกรรมของชุมชน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนจากเดิมที่ต้องซื้อน้ำถังราคาถึง 22 บาทต่อถัง

ด้าน นางสาวณัฐมล ทองไหล รองนายกเทศมนตรีตำบลเตาปูน เปิดเผยว่า เทศบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำเป็นอันดับแรก โดยติดตั้งระบบกรองเพิ่มเติมและส่งตรวจคุณภาพน้ำร่วมกับกรมอนามัยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ในช่วงแรกชาวบ้านบางส่วนยังมีความกังวลเรื่องคุณภาพน้ำ เราจึงให้ความสำคัญกับระบบการผลิตมาก และส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำสะอาดและปลอดภัย

ด้าน นายคะนอง ชมภูมิ่ง ชาวบ้านผู้ใช้บริการตู้น้ำ ระบุว่า โครงการช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมาก พร้อมชื่นชมเทศบาลที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดในราคาประหยัด อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการเปลี่ยนมูลสุกรให้เป็นพลังงานชีวภาพ หลังพื้นที่เคยประสบปัญหากลิ่นจากฟาร์มสุกร เทศบาลได้ประสานงบประมาณก่อสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ ส่งแก๊สไปยังบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือนในหมู่ 7 และหมู่ 8 โดยคิดค่าบริการเพียง 50 บาทต่อเดือน

นายปิยะพัทธ์ ปัญญากุล เจ้าของฟาร์มสุกร กล่าวว่า โครงการช่วยแก้ปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ชุมชนมีพลังงานสะอาดใช้ในราคาประหยัด

ขณะที่ นางสาวโฉมยงค์ คำเขิน ชาวบ้านผู้ใช้แก๊สชีวภาพมานานกว่า 10 ปี กล่าวว่า ระบบดังกล่าวช่วยลดค่าใช้จ่ายจากเดิมที่ต้องซื้อแก๊สหุงต้มถังละกว่า 500 บาทต่อเดือน ประหยัดเงินได้เกือบ 10,000 บาทต่อปี ในด้านการศึกษา โรงเรียนเทศบาลตำบลเตาปูนเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เน้นการเรียนรู้แบบห้องเรียนขนาดเล็ก บูรณาการ 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาท้องถิ่น ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะชีวิต

นางกุญชญารัส บุญยืน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลตำบลเตาปูน กล่าวว่า จากจำนวนนักเรียนเพียง 49 คนในปี 2559 ปัจจุบันเพิ่มเป็น 150 คน โดยโรงเรียนให้ความสำคัญกับคุณภาพการเรียนการสอน อัตราส่วนครูต่อนักเรียน 1 ต่อ 10 พร้อมมีสระว่ายน้ำฝึกทักษะเอาชีวิตรอดและโครงงานอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กในอนาคต

นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนสุขภาวะชุมชนพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวว่า จุดแข็งของเตาปูนคือการทำงานร่วมกันของ 4 ภาคส่วน ได้แก่ ท้องถิ่น ท้องที่ ภาครัฐ และภาคประชาชน ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมของผู้นำทุกระดับ เตาปูนแสดงให้เห็นว่า แม้จะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่หรืองบประมาณ แต่หากชุมชนเข้มแข็งและสามารถจัดการตนเองได้ ก็จะพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

“เตาปูนโมเดล” จึงเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นโอกาส ผ่านนวัตกรรมบริการสาธารณะและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน จนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้จริงในระดับท้องถิ่น  และการหนุนเสริมทางวิชาการจาก สสส. ได้ทำให้ตำบลเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นพิกัดต้นแบบของการ "จัดการตนเอง" อย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด

เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์

สสส.ชวนเปลี่ยนชีวิต 90 วัน งดเหล้าเข้าพรรษา เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า

สสส. Kick Off แคมเปญ "90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า" ช่วงเข้าพรรษา สสส. ร่วมกับ สคล. และภาคีเครือข่าย แถลงข่าว โครงการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569

สสส. นำทีมบูรณาการ 5 กองทุน ผนึกกำลังขับเคลื่อน “พื้นที่นำร่วมลำปาง” บูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-โลกร้อน ฟื้นฟูแม่น้ำวัง สร้างเมืองสุขภาวะที่ยั่งยืน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 2569 ที่อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับจังหวัดลำปาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ยึดผลลัพธ์สุขภาพยั่งยืน จัดงบแนวใหม่เพื่อสุขภาวะไทย

สสส. ร่วมกับ มสช. วางแนวทางการลงทุนเพื่อสุขภาพคนไทย เน้นร่วมมือ-จ่ายงบตามผลลัพธ์ ขยายผล 5 นวัตกรรมต้นแบบลงทุนสุดคุ้มไปทั่วประเทศ

สสส. หนุนใช้ "สื่อสร้างสรรค์" ขับเคลื่อนเรื่องเพศและสุขภาพจิต

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

สสส.-สผผ. จับมือแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตเชิงระบบ แบบไร้รอยต่อ

สสส. ผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกระดับความร่วมมือเชิงรุก ผสานกลไก "น้ำมันหล่อลื่น" และการ "ขันน็อต" เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความเหลื่อมล้ำในสังคมแบบบูรณาการ