“อนุทิน”มอบนโยบาย กระทรวงแรงงาน ย้ำ บูรณาการขับเคลื่อน 4 กระทรวง มุ่งพัฒนาคน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ข้าราชการกระทรวงแรงงาน และแถลงข่าวการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ พร้อมขยายผลความร่วมมือในการ Up Skill รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต และสร้างจิตสำนึกความเป็นไทย โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงานในวันนี้ผมและคณะ ได้มารับฟังภารกิจ และผลการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงแรงงาน พร้อมทั้งได้มอบนโยบายการดำเนินงานแก่ข้าราชการกระทรวงแรงงาน โดยให้มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง 4 กระทรวง และหนึ่งองค์การมหาชน คือ กระทรวงมหาดไทย ศึกษาธิการ การอุดมศึกษาฯ แรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ที่ผมได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากำลังคนเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้แรงงานไทยมีคุณภาพ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างยั่งยืน ผมได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน วางแผนพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ  โดยการ Up-skill และ Re skill ให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ด้อยโอกาส ให้มีความรู้ ทักษะในการประกอบอาชีพ สอดคล้องกับตลาดใหม่ ส่งเสริมความยืดหยุ่นในการทำงาน (Flexible Hours) สนับสนุนการเพิ่มประชากร  และสวัสดิการการทำงานอาชีพใหม่พร้อมโอกาสให้ทำงานในช่วงวัยเรียน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ เพิ่มประสบการณ์ ให้มีความพร้อมในการทำงานหลังเรียนจบ ตลอดจน ร่วมหารือกับสถาบันอาชีวศึกษาและสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบายธนาคารสะสมหน่วยกิต (CREDIT BANK) เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถเทียบหน่วยกิตกับสถาบันการศึกษาได้ เป็นโอกาสให้แรงงานได้รับวุฒิการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (BCG Model) พี่น้องแรงงานไทยต้องหลุดพ้นจากค่าแรงขั้นต่ำ มีรายได้ตามทักษะฝีมือ และได้รับความคุ้มครองตามหลักประกันสังคม มีศักยภาพของที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ผมพร้อมด้วยผู้บริหาร กระทรวงแรงงานมีความยินดีอย่างยิ่งในวันนี้  ผมเองได้กำหนดนโยบายการดำเนินงานให้แก่กระทรวงแรงงานใน 3 ด้าน คือ 1) ด้านทักษะดี ด้วยการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานชั้นสูง Up skill for More Earn  รองรับค่าจ้างสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 2) ด้านมีงานทำ บริการแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และเพิ่มการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 100,000 อัตรา และ 3) ด้านหลักประกันสังคมเด่น ให้บริการพี่น้องแรงงาน สะดวก รวดเร็วผ่านระบบ E-Service และพัฒนากฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ  กระทรวงแรงงานจะบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวง ในการผลิตกำลังคนให้เชื่อมโยงสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสและส่งเสริมการมีงานทำให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทยให้มีทักษะสูง เพื่อการมีรายได้ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมจัดหาแรงงานคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมการเติบโตของเศรษฐกิจ และคุ้มครองดูแลแรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้การบริหารจัดการกำลังแรงงานบรรลุเป้าหมายสูงสุด ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำมาสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! รบ.เปิดโอกาสนักศึกษาไทยฝึกงานภาคบริการที่มาเก๊า 20 อัตรา เงินเดือนสูงสุด 7.1 หมื่นบ.

รัฐบาล เปิดโอกาสนักศึกษาไทย ฝึกงานภาคบริการที่มาเก๊า 20 อัตรา เงินเดือนสูงสุด 7.1 หมื่นบาท สมัครฟรี ถึง 23 ก.ย.นี้

รัฐบาลชวนอัปสกิล เปิด 'One Platform' รวม 967 หลักสูตรพัฒนาทักษะ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานเพื่อให้ประชาชน

รบ. การันตี 27 ก.ย. เลือกตั้ง 'บอร์ด สปส.' เพิ่มคูหารองรับ 5 ล้านคน

รัฐบาลการันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5 พันหน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน

'จุลพันธ์' ชู ESG-AI ยกระดับความปลอดภัยแรงงาน เปิดเวที OAIC 2026 ดันไทยสู่ 'วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน'

“จุลพันธ์” เปิดงาน OAIC 2026 ชู ESG ขับเคลื่อนความปลอดภัยแรงงานทุกกลุ่ม ผสาน AI-หุ่นยนต์-qระบบอัตโนมัติ ป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก ด้าน สสปท. เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยจากงานวิชาการสู่นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง