รมว.แรงงาน "พิพัฒน์" ลงระนอง มอบใบอนุญาตทำงานแรงงานประมง มุ่งดูแลและคุ้มครองให้ถูกกฎหมายป้องกันการค้ามนุษย์

วันที่ 22 มกราคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง จ.ระนอง (Port In and Port Out Control Center : PIPO)
ในโอกาสตรวจราชการจังหวัดระนอง โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดระนอง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง จังหวัดระนอง และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง จ.ระนอง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การมาตรวจราชการจังหวัดระนอง และได้มาตรวจเยี่ยมศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์แรกรับฯ และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออกเรือประมงในวันนี้ ซึ่งระนองเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแนวชายแดนอยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานในพื้นที่ จำนวน 31,913 คน ผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายมีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม และป้องกันการบังคับใช้แรงงานที่จะนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างจังหวัดระนองแห่งนี้ เป็นหน่วยงานให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ แก่แรงงานข้ามชาติ ที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยครั้งแรก โดยเฉพาะเรื่องสัญญาจ้าง ควบคุมการทำประมงให้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง ใน 3 ด้าน อันได้แก่ เรือถูกต้อง คนถูกต้อง และเครื่องมือถูกต้อง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานการบังคับใช้แรงงาน และแรงงานประมงผิดกฎหมาย

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแรงงานในภาคประมง ณ บริเวณแพแสนสดใส อ.เมืองระนอง จ.ระนอง โดยได้พบปะกับแรงงานและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเรือประมงหน้าท่าเทียบเรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานอีกด้วย

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี “ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง” สำหรับแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา จำนวน 5 แห่งในประเทศไทย ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างจังหวัดระนอง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมดำเนินการ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสุขภาพ /ประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจลงตรา (VISA) กรมการปกครองจัดทำทะเบียนประวัติ กรมการจัดหางานอบรมและออกใบอนุญาตทำงานขึ้นทะเบียนลูกเรือประมง ลดการลักลอบการลงเรือ เข้าข่ายปัญหาเรื่องค้ามนุษย์

ด้านนางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มว่า ทางกรมฯ พร้อมดูแลแรงงานประมงในทุกมิติ เช่นข้อกำหนดต่างๆ ที่ยังไม่สอดคล้องกับพี่น้องแรงงานประมงในประเทศไทย เรื่องวันจ่ายค่าจ้างของนายจ้าง เรื่องการกำหนดเวลาพักในการทำงานคนงานบนเรือ เพื่อให้มีความเหมาะสมและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานประมงให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภคมน' เย้ย 'พิพัฒน์' จังหวะนรกแจงเรื่องอาม่ากว้านซื้อที่ดิน

'ภคมน' ย้อนพิพัฒน์ อย่าขวัญอ่อนแจงผิดประเด็น อย่าลืมว่าเป็น รมว.คมนาคม จี้จัดการทีละ 'อาม่า' หลังพิพัฒน์รีบออกตัวบอกปัด ไม่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้อที่ดิน

'มท.1' ยกเลิกลงหาดฟรีด้อม บินด่วนระนองยึดสินค้าหนีภาษีกว่า 50 ล้าน

“อนุทิน” ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่หาดฟรีด้อมบินด่วนระนอง หลังรับรายงานตรวจยึดสินค้าหนีภาษีกว่า 50 ล้านบาท ยันให้ความเป็นธรรมผู้ประกอบการ นำหลักฐานเสียภาษีมาแสดง

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน