13 กุมภาพันธ์ 2567 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการนำเสนอหัวข้อข่าว เรื่องการหักเงินบำเหน็จบำนาญแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยอาจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการหักหนี้จากเงินบำนาญ และเกรงว่าจะไม่มีเงินเหลือใช้หลังเกษียณนั้น
.
โฆษก ศธ. กล่าวว่า ในนามกระทรวงศึกษาธิการจึงอยากชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่า ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551 ข้อ 7 (5) กำหนดไว้ว่า ข้าราชการที่ประสงค์จะให้ส่วนราชการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อชำระหนี้เงินกู้ มีสิทธิที่จะได้เลือกใช้สวัสดิการภายในส่วนราชการหรือสหกรณ์ได้ตามความประสงค์ แต่ทั้งนี้การจะให้ส่วนราชการหักเงิน ณ ที่จ่ายเพื่อชำระหนี้เงินกู้นั้น จะต้องมีเงินเดือนสุทธิหลังหักจากหักชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 30 ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2555
ในกรณีการหักหนี้จากเงินบำนาญของข้าราชการบำนาญ ต้องคำนวนจากฐานเงินบำนาญในสัดส่วนที่ระเบียบกำหนด คือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 เพราะหากใช้การคำนวนจากฐานเงินเดือนก่อนเกษียณอายุราชการ อาจทำให้ลูกหนี้บางกลุ่มเหลือเงินเดือนสุทธิน้อยกว่าที่ระเบียบกำหนด เนื่องจากฐานของเงินเดือนก่อนเกษียณอายุราชการจะสูงกว่าฐานเงินบำนาญอยู่แล้ว ส่งผลให้ไม่เหลือเงินที่จะดำรงชีพในแต่ละเดือนได้
.
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงออกแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับนี้ เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับ ศธ. ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากแต่ละคนมีภาระหนี้สินที่แตกต่างกันตามความจำเป็น เราจึงคำนึงถึงเงินเดือนคงเหลือสุทธิเพื่อการดำรงชีพในส่วนนี้เป็นอย่างมาก จึงอยากให้ครูได้ใช้เงินหลังหักล้างยอดหนี้สินอย่างสุขใจ “มีกิน มีเก็บ มีเหลือ มีใช้”
.
นอกจากนี้ ได้ดำเนินการตั้งสถานีแก้หนี้ โดยมีคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละจังหวัด ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยประสานกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหรือสถาบันการเงินอื่น และเชิญเจ้าหนี้ทุกรายร่วมเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้หรือแก้ไขปัญหาการชำระหนี้ แล้วสรุปรวบรวมรายงานผลการดำเนินการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทราบ ในวันที่ 10 ของทุกเดือน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนจนเฮ! 'คมนาคม' รื้อเกณฑ์ใหม่ ปมรถยนต์-จยย.
'คมนาคม' ขอโทษประชาชน ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชง ครม. ปรับเกณฑ์ใหม่ทั้งรถยนต์-จยย. แจง นศ.นอกระบบไม่ต้องลาออก คลังพิจารณาองค์ประกอบอื่นด้วย
ขึงขังเอาผิดยกแก๊งขนยา
คมนาคมลุยคุมเข้มสนามบิน สั่งห้ามลูกเรือรับหิ้วของ เพิ่มสุนัข K9-ยกระดับการข่า
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ ห้ามลูกเรือรับหิ้วของ - เพิ่มสุนัข K9
สิริพงศ์” เผย ก.คมนาคม สั่งเพิ่มมาตรการคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ ห้ามลูกเรือรับหิ้ว - เพิ่มสุนัข K9 ตรวจ -ยกระดับการข่าว
พร้อมใช้เงินกู้ ‘คมนาคม’ ชงขอ 2.4 หมื่นล้านเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น 'อีวี'
รมช.คมนาคม คาดเสนอแผนของบ 2.4 หมื่นล้าน พ.ร.ก.กู้เงินฯ เปลี่ยนผ่าน “รถโดยสารสาธารณะ เป็น EV” เข้า คกก.กลั่นกรอง กลาง ก.ค.นี้ - เฟส 2 เล็งออก DLT วงเงิน 2-3 พันล้าน ซัพพอร์ตค่าน้ำมันภาคขนส่งแต่รอดูน้ำมันโลกก่อน เชื่อคำวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้ฯ 4 แสนล้าน ผลบวก
หนุนวัดผลงาน1ปี กมธ.ถกTH-AIวุ่น
“สิริพงศ์” มองเป็นสไตล์นายกฯ ประกาศขีดเส้นวัดผลงานคนภูมิใจไทย 1 ปี
‘สิริพงศ์‘สั่งเร่งเบิกจ่ายงบปี69กว่า 2.65 แสนล้าน ดันเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจ
‘สิริพงศ์’สั่งหน่วยงานคมนาคมเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินกว่า 2.65 แสนล้าน พร้อมปรับแผนโยกงบกว่า 1.7พันล้านบาทดันโครงการพร้อมดำเนินการหวังกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

