ขึงขังเอาผิดยกแก๊งขนยา

คมนาคมลุยคุมเข้มสนามบิน สั่งห้ามลูกเรือรับหิ้วของ เพิ่มสุนัข K9-ยกระดับการข่าว ปส.เค้นสอบ "อุทัย" พบพฤติการณ์เชี่ยวชาญ-รู้เห็นเป็นใจลอบขนยา เร่งกู้หลักฐานที่ถูกทำลาย ส่งตัวฝากขังศาล 6 ก.ค. ก่อนขยายผลจับเพื่อนร่วมแก๊งได้อีก 1 ราย หนุ่มพะเยาสารภาพสิ้น ตร.ยันเดินหน้าสืบสวนเข้มข้น สาวเอาผิดยกแก๊งทั้งในและนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  กล่าวถึงความคืบหน้าการวางมาตรการคุมเข้มการขนสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือในสนามบิน  ภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บอร์ด ป.ป.ส.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า   กระทรวงคมนาคมรับแนวทางมาตรการต่างๆ ของที่ประชุมนำไปปฏิบัติเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าก่อนหน้าเกิดเหตุแอร์โฮสเตสถูกจับที่ออสเตรเลีย มีการเข้มงวดมาตรการตรวจสอบตามหลักสากล  รวมถึงก่อนหน้านี้มีการจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดที่สนามบินอยู่ตลอด โดยตรวจพบการลักลอบขนยาเสพติดทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก  อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ต้องเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบให้มากขึ้น เพราะขบวนการดังกล่าวอาจรู้กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงพยายามหาวิธีหลบเลี่ยงอยู่ตลอด

เมื่อถามว่า จะมีการคุมเข้มกรณีลูกเรือรับหิ้วของอย่างไร รมช.คมนาคมระบุว่า ตามปกติสนามบินมีการตรวจสอบลูกเรือผ่านกระบวนการสแกนจากเครื่องอยู่แล้ว แต่เมื่อพบว่าลูกเรือมีการรับหิ้ว จะมีการยกระดับมากขึ้น อาทิ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกกฎเพิ่มเติมแจ้งไปยังทุกสายการบินให้ควบคุม เช่น ห้ามรับหิ้วของ รวมถึงอบรมเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอกซเรย์ ยกระดับเรื่องการข่าว รวมถึงเพิ่มสุนัข K9 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีกว่า 60 ตัว มาร่วมกับสุนัข K9 ของกรมศุลกากร เป็นต้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในฐานะภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยปัจจุบันเครือข่ายยาเสพติดมีการเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีที่เกิดขึ้นกับพนักงานต้อนรับสายการบินสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลจึงต้องปรับมาตรการให้เท่าทัน รัฐบาลมุ่งมั่นปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตัดวงจรเครือข่าย การยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การบำบัดผู้เสพ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน และการยกระดับความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาประเทศ

ส่วนความคืบหน้าภายหลังการจับกุมนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ บุคคลที่ปรากฏในคลิปวงจรปิด ทำหน้าที่ถือกล่องที่มีถุงผ้ายาเสพติดส่งให้น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสาวไทย และนายอติราช สุเพียร อายุ 59 ปี เจ้าของรถโตโยต้านั้น พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้ทำบันทึกจับกุมและแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งให้กับพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ควบคุมตัวแล้ว

คุมอุทัยฝากขังศาล

พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.) เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจากการสอบปากคำนายอุทัยยังคงให้การรับสารภาพ โดยขณะนี้ถูกควบคุมตัวไว้ที่ บช.ปส. เพื่อทำการสอบสวนขยายผลในเชิงลึก และพนักงานสอบสวนเตรียมจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลในวันที่ 6 ก.ค.

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทางเทคนิคพบว่า นายอุทัยมีความชำนาญและรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดในครั้งนี้อย่างเด่นชัด เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่า ทันทีที่มีการนำเสนอข่าวกรณีการจับกุมตัว น.ส.มีนา นายอุทัยได้รีบทำการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือใหม่ทันที รวมถึงมีการทำลายยาเสพติดบางส่วนทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานในการเชื่อมโยงทางคดี แม้ว่าตัวผู้ต้องหาจะอ้างว่าเพิ่งลักลอบทำมาเพียง 3 ครั้งก็ตาม แต่พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามหลบเลี่ยงการสืบสวนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างแกะรอยข้อมูลดึงหลักฐานที่ถูกทำลายกลับคืนมา

นอกจากนี้ ในส่วนของการขยายผลหาตัวการใหญ่ที่ใช้ชื่อบัญชีปริศนาว่า "แป้งที่แปลว่าแป้ง" ที่มีพฤติกรรมทักชักชวนเหยื่อให้ "รับหิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย" นั้น จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า บัญชีดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาคนหิ้วของไปส่งยังประเทศปลายทาง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับนายอุทัยที่ทำหน้าที่กระจายและส่งของในประเทศไทย ขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน ซึ่ง บช.ปส.อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลขยายผลร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ส่วนเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายเดิมที่ บช.ปส.เฝ้าระวังอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น พล.ต.ต.สมบูรณ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตำรวจ ปส.มีการกวาดล้างและจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มที่แฝงตัวมากับระบบโลจิสติกส์เอกชน, การซุกซ่อนผ่านสนามบิน รวมถึงกรณีที่เคยจับกุมลูกเรือแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต สำหรับเคสของนายอุทัย แม้เวลานี้จะยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายเก่า แต่ บช.ปส.ได้บูรณาการและประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อนำพฤติการณ์ในคดีนี้ไปเปรียบเทียบเทียบเคียงกับแฟ้มคดีเก่าว่าเคยมีรูปแบบลักษณะเดียวกันรายใดบ้าง

พล.ต.ต.สมบูรณ์ยังเผยถึงข้อมูลภูมิศาสตร์เส้นทางลำเลียงที่มีกระแสข่าวว่าส่งตรงมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา ยืนยันว่าเป็นความจริง ซึ่งในอดีตพื้นที่ อ.เชียงคำ เคยเป็นจุดที่มีการจับกุมยาเสพติดบิ๊กล็อตหลายล้านเม็ดมาแล้ว เนื่องจากมีภูมิประเทศเป็นแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้นทางส่วนใหญ่ของยาเสพติดยังคงมาจากประเทศเมียนมา แต่ขบวนการนี้เลือกใช้วิธีแยบยลด้วยการเลาะตัดผ่านเข้ามาทางประเทศลาว ก่อนทะลวงข้ามฝั่งเข้ามาทาง อ.เชียงคำ เนื่องจากช่องทางตรงเข้าสู่ประเทศไทยด่านอื่นมีมาตรการสกัดกั้นที่หนาแน่น ทำได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) และกองกำลังทหารร่วมดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด

"จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรม ขบวนการนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านนั่งแท่นเป็นตัวการใหญ่คอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง แต่ลักษณะการทำงานของเครือข่ายนี้จะใช้วิธีตัดตอน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสาวไปถึงหัวเรือใหญ่ เช่น การว่าจ้างขนส่งผ่านระบบพัสดุโลจิสติกส์, การจ้างบุคคลสลับสับเปลี่ยนหน้ากันทำ, มีคนคอยรับช่วงต่อส่งไม้เป็นทอดๆ รวมถึงกลุ่มคนที่ทำหน้าที่โอนเงินก็จะเป็นอีกชุดหนึ่งแยกต่างหาก ทำให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแต่ละคนไม่ได้ทำงานคนเดียวตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งนี่คือโจทย์สำคัญที่ชุดสืบสวนกำลังไล่ทลาย" รอง ผบช.ปส.ระบุ

ตร.จับเพิ่มได้อีกราย

วันเดียวกัน จากการขยายผลจับกุมนายอุทัย ชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมตัวนายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ผู้ต้องหาในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า" พร้อมของกลางเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทย จำนวน 7 ใบ และเศษผงสีขาวที่สกัดได้จากซับในกระเป๋า บรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวมถุง ถุงละ 0.4 กรัม ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน)

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยจนพบความเชื่อมโยงและเข้าทำการตรวจค้นห้องพักของนายนันทวัฒน์ ผู้ต้องหารายล่าสุด ที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายนันทวัฒน์ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับฝากถุงดำซึ่งภายในมีกระเป๋าผ้าลายช้างไทยซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 6 ใบ มาจากนายอุทัย แต่ต่อมาเมื่อทราบข่าวว่าแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย ตนเกิดความกลัว จึงได้ติดต่อกลับไปหานายอุทัย ซึ่งปลายทางบอกให้ "จัดการอย่างไรก็ได้" จึงตัดสินใจใช้มีดกรีดทำลายกระเป๋าผ้าทั้งหมด แล้วนำผงเฮโรอีนด้านในไปเททิ้งลงชักโครกภายในห้องพักเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นได้นำเศษกระเป๋าผ้าและหูหิ้วแยกใส่ถุงดำขับรถตระเวนไปโยนทิ้งตามจุดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งทำลายหลักฐาน โดยจุดสำคัญบริเวณริมถนนหมายเลข 4040 ต.จำปา อ.ท่าเรือ พบถุงดำที่ภายในมีเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทยหลงเหลืออยู่จริง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงได้ทำการสกัดผงสีขาวที่ติดค้างอยู่ตามเศษผ้า นำมาตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นสารเฮโรอีน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกจับกุมและคุมตัวนายนันทวัฒน์ ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ยืนยันว่าการสืบสวนคดีนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ทั้งการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการในประเทศไทยและต่างประเทศ การติดตามเส้นทางการเงิน รวมถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนตามพยานหลักฐาน โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแมตช์‘โปรตุเกส’ชน‘สเปน’ อาจต้องดวลกันถึงฎีกา

เข้าสู่วันที่สามของการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย เวิลด์ คัพ 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ค่ำคืนวันที่ 6 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย เกมบิ๊กแมตช์ “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน พบกับ “ฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ฟาดแข้งกันที่ เอทีแอนด์ที สเตเดียม เวลา 02.00 น.

พม.วอนสังคม อย่า‘เผยแพร่’ รูปเด็ก11ขวบ

ผู้ช่วยรัฐมนตรี พม.เยี่ยมพระสงฆ์ที่อาพาธจากอุบัติเหตุ เตรียมถอดบทเรียนพร้อมวอนสังคมอย่าเผยแพร่ภาพเด็กผู้ก่อเหตุ “กมธ.ศาสนาฯ” รีบปัดไม่มีความคิดสอบวินัยพระธุดงค์

ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ ห้ามลูกเรือรับหิ้วของ - เพิ่มสุนัข K9

สิริพงศ์” เผย ก.คมนาคม สั่งเพิ่มมาตรการคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ ห้ามลูกเรือรับหิ้ว - เพิ่มสุนัข K9 ตรวจ -ยกระดับการข่าว