“กรมเจ้าท่า ร่วมกับ ปตท.สผ.” จัดฝึกอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย เป็นประธานฯ เปิดการอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ครั้งที่ ๒ ณ ห้องประชุม ลากูนาคิงเอ โรงแรม ลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา จังหวัดสงขลา และได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายมาหะมะพีสกรี วาแม ในการกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรมฯ

โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ กรมเจ้าท่าร่วมกับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ได้บูรณาการร่วมฝึกอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตาม (ร่าง) แผนจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้แก่ พื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ ชุมพร ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงาน กรมเจ้าท่า ปตท.สผ. ปตท.สผ.อีดี ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กองทัพเรือ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมควบคุมมลพิษ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง กรมท่าอากาศยาน กรมศุลกากร กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การท่าเรือแห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) และภาคเอกชนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ที่ผ่านมากรมเจ้าท่าจะมีการฝึกซ้อมตามแผนชาติเป็นประจำทุกปี สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมพร้อมก่อนการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 13 ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 โดยการฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 21 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ให้ความสำคัญกับการจำลองสถานการณ์และการฝึกซ้อมทางการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลตามบทบาทและหน้าที่ ของแต่ละหน่วยงานตามโครงสร้างของ (ร่าง) แผนการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ รวมถึงการประเมินสถานการณ์ การเลือกวิธีการจัดการที่เหมาะสม และทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อสร้างความรวดเร็ว เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำ สร้างความยั่งยืนและปลอดภัยต่อประชาชนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พิพัฒน์” สั่งสอบด่วนปมสินบน โยง 3 กรมใหญ่ “เจ้าท่า-ทางหลวง-ขนส่ง” มีชื่อเอี่ยว

“พิพัฒน์ ” สั่งปลัดคมนาคมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังผลสำรวจภาคเอกชนชี้ 3 หน่วยงานสังกัดคมนาคมติดโผมูลค่าสินบนสูง ย้ำหากพบมีมูลตั้งกรรมการสอบทันที ด้าน “สรรเพชญ-สิริพงศ์” เร่งอุดช่องโหว่ ดันระบบออนไลน์ ตัดวงจรเรียกรับผลประโยชน์ ขณะที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกร้าว พบโกงไล่ออกสถานเดียว

จัดไป 'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.นำข้อมูล กกร.เอาผิด 10 หน่วยงานรัฐจ่ายใต้โต๊ะสูงสุด

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช..เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลการสำรวจการทุจริตคอรัปชันใน 10 หน่วยงานรัฐมาไต่สวนสอบสวนเพื่อเชื่อมโยงไปให้ถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการดังกล่าว เพื่อเอาผิดตามครรลองของกฎหมาย หากไม่ดำเนินการจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลระดับโลกจากเวที Global CSR & ESG Awards 2026 สะท้อนความมุ่งมั่นการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับ 5 รางวัล จากเวทีระดับสากล Global CSR & ESG Awards 2026 จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปตท.สผ. แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานในประเทศ

ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการในประเทศในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของพลังงานโลก โดยไตรมาส 1 บริษัทสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท