
12 เม.ย.67 – คณะผู้บริหารและพนักงาน ปตท.สผ. โครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัวสมทบโครงการกองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดในพื้นที่ภาคใต้ รวมกว่า 7 แสนบาท
พนักงานบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. นำโดยนางสาวคณิตา ศาศวัตายุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการผลิตในประเทศ พร้อมด้วยผู้บริหารโครงการผลิตนอกชายฝั่งประเทศไทย 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการผลิตนอกชายฝั่ง 1 โครงการผลิตนอกชายฝั่ง 2 และโครงการผลิตนอกชายฝั่ง 3 นำงบประมาณ จำนวน 715,687 บาท (เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นห้าพันหกร้อยแปดสิบเจ็ดบาท) ซึ่งพนักงานฝ่ายปฏิบัติการ ประจำโครงการผลิตนอกชายฝั่งทั้ง 3 โครงการ ได้นำ งบประมาณส่วนตัวร่วมบริจาคสมทบทุน เพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด "โครงการกองทุนพัฒนาศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหาดใหญ่" ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลเพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดในพื้นที่ภาคใต้ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินโครงการเพื่อสังคมของ ปตท.สผ. ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่ปฏิบัติการ
ทั้งนี้ การส่งมอบงบประมาณดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งโรงพยาบาลศูนย์ระดับ Advance ที่มีขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาโรคหัวใจที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีขั้นสูง มีเครือข่ายให้บริการโรงพยาบาลใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานีนราธิวาสและยะลา มีความพร้อมและศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นพ.ประวิทย์ วรรณโร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นผู้รับมอบ
ข้อมูลเกี่ยวกับ โครงการ G1/61 และ โครงการ G2/61 โครงการ จี 1 (G1/61) และโครงการ จี 2 (G2/61) เป็นโครงการผลิตปิโตรเลียมประเภทก๊าซธรรมชาติ คอนเดนเสท และน้ำมันดิบภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงงาน ดำเนินงานโดย บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
โครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นอกชายฝั่งทะเลบริเวณกลางอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,501 ตารางกิโลเมตร และ 3,247 ตารางกิโลเมตรตามลำดับและฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา เป็นฐานสนับสนุนและส่งกำลังบำรุงสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มีระยะห่างจากพื้นที่แปลงสำรวจจี 1 (G1/61) ประมาณ 192-310 กิโลเมตร มีระยะห่างจากพื้นที่แปลงสำรวจจี 2 (G2/61) ประมาณ 196-248 กิโลเมตร โดยโครงการจี 1 แปลงสำรวจครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ส่วนโครงการ จี 2 แปลงสำรวจครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ปัตตานีและสงขลา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลระดับโลกจากเวที Global CSR & ESG Awards 2026 สะท้อนความมุ่งมั่นการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับ 5 รางวัล จากเวทีระดับสากล Global CSR & ESG Awards 2026 จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ปตท.สผ. แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานในประเทศ
ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการในประเทศในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของพลังงานโลก โดยไตรมาส 1 บริษัทสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
ปตท.สผ. เริ่มวาง “ลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life” สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ ฟื้นฟูท้องทะเลไทยที่เกาะเต่า
ปตท.สผ. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เริ่มวางประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่เกาะเต่า
ปตท.สผ. คว้ารางวัล Global MIKE และ SEA MIKE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความรู้
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยนายพลสันต์ กุลละวณิชย์ (ซ้าย) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายความรู้องค์กรและปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ รับรางวัล Global Most Innovative Knowledge Enterprise (Global MIKE Award 2025)

