
กทม.ทวีความรุนแรง เมืองจมฝุ่น การจราจรติดขัด ขาดแหล่งอาหาร สำรวจคนกรุงเผชิญรถติดเฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโมง หรือใน 1 ปีชีวิตติดหนึบอยู่บนรถเท่ากับ 1 เดือน 3 วัน ในรอบ 12 ปีเด็กโตวันโตคืนในรถ เกิดปัญหาอ้วนลงพุง มีแนวโน้มเกิดโรค NCDs ในเด็ก ...

เป็นข้อมูลที่ได้จากงานประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 17 โภชนาการเพื่อความเสมอภาคและยั่งยืน “Nutrition for Equality and Sustainability” เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
นายอดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงว่าสภาวะแวดล้อมทางกายภาพ และสังคมการใช้ชีวิตใน กทม.จากการสำรวจผังเมืองรวมในช่วง 10 ปี พบว่าคน กทม.ใช้ชีวิตอยู่ในรถยนต์ 800 ชั่วโมง/ปี หรือ 1 ปีใช้ชีวิตอยู่บนรถยนต์ 1 เดือน 3 วัน เมื่อคำนวณแล้วในรอบ 12 ปี เด็กใน กทม.เติบโตอยู่ในรถยนต์ มีปัญหาอ้วนลงพุงไขมันพอก มีโอกาสที่จะเกิดโรค NCDs เพราะแต่ละวันเด็กต้องเผชิญกับรถติดบนท้องถนนวันละ 2 ชั่วโมง ไม่ได้กินอาหารดีๆ ออกกำลังกายได้น้อย กายภาพของเมืองเกี่ยวข้องกับตัวเรามากกว่าที่เราคิด
“เด็กบางคนบ้านอยู่รังสิตมาเรียนสาทร ตื่นนอนตั้งแต่ตี 3 เพื่อออกจากบ้านตี 5 กินข้าวเหนียวหมูปิ้งบนรถยนต์ เด็กจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร ต้องเลือกอาหารที่มีสุขอนามัยที่ดีด้วย ทุกวันนี้เรายังต้องใช้หน้ากากอนามัยเพราะปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ผมเป็นคนเชียงใหม่ ตอนนี้เรามองไม่เห็นดอยสุเทพเพราะฝุ่นควัน PM2.5” นายอดิศักดิ์ชี้แจง
คำถามก็คือ ข้อแนะนำให้กินอาหารที่หลากหลาย เรามีความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยทางอาหารมากน้อยแค่ไหน? เราใช้รถขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้า รถยนต์ส่วนตัวเดินทางกันวันละกี่ชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน “ผมสอนนิสิตนักศึกษาเมืองคืออะไร? ที่อยู่อาศัยในเมืองส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สุขอนามัย เรามีพื้นที่ที่ 3 เพื่อการพักผ่อน เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด โรงเรียน เพื่อใช้กิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายบนพื้นที่สาธารณะ” การไป fitness ก็ต้องใช้เงิน มีต้นทุนที่เราใช้ชีวิตอยู่ในเมือง สภาพแวดล้อมของเมืองเราเลือกได้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี การปลูกสวนผัก ปลูกต้นกล้วยบนตึกสูง ข้อจำกัดพื้นที่สาธารณะในเมือง บางพื้นที่เป็นแหล่งงานซอยตันก็ต้องใช้รถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสถานีรถไฟฟ้า บางย่านไม่มีแหล่งอาหาร จำเป็นต้องสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดสุขภาวะทางกาย จิต สังคม
สมัยก่อนโรคอหิวาต์เป็นโรคระบาดที่มาจากน้ำบริโภคที่เป็นพิษ สุขอนามัยในเมืองเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย Orientical Health Environmental Health การตรวจวัดจำนวนแบคทีเรียใน subway ของรถใต้ดินในนิวยอร์กมีมากน้อยเพียงใด เมืองที่เราอยู่อาศัยมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต กิน อยู่ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ในช่วงโควิดระบาดเมือง 15 นาทีเป็นจริงได้ เราใช้ชีวิตโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ เดินไปทำงาน เดินไปสวนสาธารณะ เดินไปติดต่อหน่วยงานภาครัฐ แม้จะมีความเหลื่อมล้ำในเชิงพื้นที่ ก็ต้องทำแผนที่เดินได้ เพื่อเข้าถึงแหล่งสาธารณูปโภคด้วยเส้นทาง 800 เมตร บ้านเราอากาศร้อนเด็กต้องรีบเดินเพื่อหลบแสงแดด การจัดการด้านผังเมืองออกแบบถนนทางเท้า ทำงานร่วมกับ กทม. 7 โซน พื้นที่ชั้นใน 17 เขต มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเมือง ส่งเสริมการเดินเท้าเชื่อมฝั่งธนฯ และฝั่งพระนคร ขณะนี้ทางเดินริมน้ำบริเวณชุมชนกุฎีจีน-คลองสานเสร็จแล้ว

นายยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกนักคิดพัฒนาเมือง และผู้บริหารบริษัท ฉมา จำกัด เปิดเผยถึงโครงการ We Park เปลี่ยนพื้นที่ร้างให้เป็นพื้นที่สุขภาวะ (คนเมือง) ใกล้บ้าน ได้รับงบสนับสนุนจาก สสส. เนื่องจาก Bangkok as unplanned city ไม่ได้มีการวางผังเมืองตั้งแต่ต้น จึงเป็นเมืองที่มีการซ่อมแซม การพัฒนาเมืองนำไปสู่คุณภาพชีวิต เน้นการทำงานใกล้บ้านเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเปราะบาง ในการเข้าถึงสวนสาธารณะเพื่อได้รับอากาศที่ดี Abandoned area = opportunity พัฒนาความเจริญกระจายไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ที่ดินของรัฐที่อยู่ใต้ทางด่วน ริมคลอง ที่ดินเอกชนก่อให้เกิดรายได้ ทำเป็นพื้นที่เกษตร ภาษีที่ดินเป็นกลไกสำคัญที่เจ้าของที่ดินภาคเอกชนจะต้องใช้ที่ดินให้เกิดความคุ้มค่า

We Park คือกลยุทธ์ที่เราจะเปลี่ยนที่ร้างให้เป็นสวนสาธารณะให้ชุมชนเดินถึง ง่ายต่อการบริหารจัดการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้ภาคีเครือข่ายเชื่อมโยงถึงกันได้ การใช้ Multi-stakeholders ด้วยการดึงภาคีลงทุนร่วมกันให้เกิดประโยชน์ ใครที่มีเงินทุน มีที่ดิน องค์ความรู้ มีทรัพยากรฯ เผยแพร่องค์ความรู้ด้วยการคิดวิเคราะห์ ด้วยการใช้ที่ดินมีส่วนร่วมกับชุมชน การจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 50 เขต ผลักดันสวนสาธารณะ 15 นาทีใกล้บ้าน สวนคือโครงสร้างพื้นฐานของสวนเกษตร พื้นที่รับน้ำ
ในช่วง 3 ปีที่ กทม.ดำเนินงาน We Park ร่วมกับ สสส.ขยายใน 24 พื้นที่ ใช้สวนสาธารณะหัวลำโพงเป็นพื้นที่ต้นแบบ จัดกิจกรรม ระดมทุนเพื่อให้เอกชนได้ใช้ประโยชน์ 12 ปี เพื่อการลดหย่อนภาษี เป็นการทำงานร่วมมือกับ UCDC โดยไม่ต้องรองบประมาณ ระดมทุนจากภาคเอกชนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ การจัดระบบนิเวศในเมืองผ่านคอร์สฝึกอบรม ให้ความสำคัญกับที่ดินริมคลองขนาดเล็ก อาทิ ที่ดินริมคลองผดุงกรุงเกษม ที่ดินริมคลองแสนแสบ จัดที่ดินเป็น POP PARK BKK เปลี่ยนพื้นที่ร้างให้เป็นพื้นที่สุขภาวะได้จริง ร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาพื้นที่สุขภาวะใกล้บ้านได้ด้วยตัวเอง เป็นการสร้างเมืองน่าอยู่อย่างที่เรียกว่า Empowering People to Empowering City

น.ส.วรางคนางค์ นิ้มหัตถา หัวหน้าโครงการสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ที่ได้ผลักดันให้เกิดสวนผักในชุมชนเมือง ทำการเกษตร เพาะปลูกให้มีความแปลกแยกจากเมืองมีความสำคัญมาก พื้นที่จำนวน 70% เป็นเมืองที่เติบโตแบบไร้ทิศทาง มีการรุกล้ำพื้นที่อาหาร ผลการสำรวจพื้นที่ กทม.เมื่อปี 2556 เหลือพื้นที่การเกษตรเพียง 20% แต่ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรเหลือเพียง 12% รวมพื้นที่ปลูกไม้ดอก กล้วยไม้
เมื่อ กทม.ขยายตัวทำให้คนเมืองขาดแคลนแหล่งอาหาร สังคมเมืองมีความเป็นปัจเจกชนสูง การดูแลกันลดลง เกิดวิกฤตคนเมืองรอดได้ต้องรับความช่วยเหลือจากคนข้างนอก ในช่วงโควิดคนเมืองไม่สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารได้ ต้องฝากปากท้องให้คนอื่นช่วยดูแล อนาคตเราจะอยู่กันแบบไหน รูปแบบการบริโภคเปลี่ยนแปลง พื้นที่เกษตรอาหารลดลงและอยู่ไกลมากขึ้น สินค้าแบรนด์ไทยตลาดอินทรีย์แบบ organic มีสารพิษตกค้างจะฝากไว้ที่กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย 50% ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อม ลุกขึ้นมาเป็นผู้ผลิตเองเพื่อดูแลตัวเองได้ "เมือง" ต้องเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเพื่อความสมดุลของระบบอาหารอย่างแท้จริง
การสร้างระบบเกษตรในเมืองต้องมีความเชื่อมโยง อาหารดีมีคุณภาพย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย เกษตรในเมืองสร้างอาหารในชุมชน ต้องค้นหาคนที่ใช่ ผู้สูงอายุอยู่ติดที่ในชุมชน ต้องมีวิธีการบริหารจัดการให้ผู้สูงอายุกลับมาทำงานด้วยกัน การเพิ่มพื้นที่อาหารยกระดับการพึ่งพาตัวเองในการสร้างแหล่งอาหารในชุมชน รวมถึงการจัดการขยะ มีการจดบันทึกข้อมูลผลผลิตจากสวนผักในการขับเคลื่อน การปลูกกะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ การเลี้ยงไก่ไข่ผลิตไข่ไก่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ
ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

