เปิดวิจัยเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ รอดด้วยคาถา “อดทน-ไม่โลภ-ใคร่ครวญ”

ในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา พบคนทั่วโลก 5,160 ล้านคนใช้งานอินเทอร์เน็ตวันละกว่า 6 ชั่วโมง เกือบ 5 พันล้านคนใช้สื่อสังคมออนไลน์ แนวโน้มแต่ละปีใช้งานสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นอีก 137 ล้านคน และสิ่งที่ตามมาเหมือนเงาตามตัวคือ  การละเมิดข้อมูลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Digital 2023 จัดทำโดย We Are Social พบว่าประชากรโลก 5,160 ล้านคน (ร้อยละ 64.4) ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 6 ชม. 37 นาที ร้อยละ 92.3 ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ร้อยละ 60 หรือ 4,760 ล้านคน ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์และคาดการณ์ด้วยว่า แต่ละปีจะมีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นด้วยอิสรภาพทางการเงิน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการภัยคุกคามทางออนไลน์ สถานการณ์ ผลกระทบ และแนวทางรับมือ เมื่อวันที่  9 พ.ค. 2567 ที่ รร.แมนดาริน สามย่าน

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.  เปิดเผยว่า ข้อมูลจากงานวิจัยโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ  ปี 2566 พบว่า ประชากรไทยกว่า 36 ล้านคนเคยถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 50% ตกเป็นผู้เสียหาย ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก หากวิเคราะห์โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 4 ช่วงวัย ทำให้เห็นความเสี่ยงและผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น กลุ่ม Gen Z แม้จะรู้วิธีการป้องกันความเสี่ยงจากภัยออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น แต่มีอัตราการตกเป็นผู้เสียหายสูงกว่าคนกลุ่มอื่น

“สังคมมองภาพผู้เสียหายว่า โลภ หลง และไม่ระวัง ถือเป็นการซ้ำเติม ผู้เสียหายมักโทษตัวเอง กลัวถูกคนใกล้ชิดตำหนิกล่าวโทษ ทำให้ไม่กล้าบอกครอบครัวหรือคนรอบข้าง  กลายเป็นความเครียด หวาดกลัว ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามโลกออนไลน์มีทั้งคุณประโยชน์และโทษ เช่น อาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามสำคัญ สสส.จึงได้ริเริ่มผลักดัน สานพลังการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมแก้ไขปัญหา โดยสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัย การออกแบบวิธีการรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ สร้างความรู้เท่าทันสถานการณ์ และส่งเสริมการปราบปรามที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี” นายวิเชษฐ์เปิดเผย

สสส.เผยแพร่ให้สังคมสร้างความตระหนักรู้ทุกกลุ่ม ให้สังคมสร้างภูมิคุ้มกันไม่ถูกหลอก นำงานวิจัยไปใช้เพื่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ออกกฎหมาย มาตรการของรัฐบาลในการปราบปราม ป้องกันการหลอกลวง การใช้เทคโนโลยีเสาโทรคมนาคมที่ถูก กม. อยู่ในความดูแลของ กสทช.ปักอยู่ตามแนวชายแดนต่างๆรอบประเทศไทย พม่า กัมพูชา  สระแก้ว ยังมีเสาโทรคมนาคมที่ผิด กม.มากกว่าครึ่ง สังเกตได้จากบ้านที่ปิดมิดชิดลากสายเสาโทรคมนาคมลงใต้ดินจากฝั่งชายแดนไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแม่สอด เป็นธุรกิจสีเทา แก๊ง Call Center กลุ่มจีนสีเทา ฝรั่งสีเทาที่ฝังตัวอยู่ภูเก็ต พัทยา ล้วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ คริปโตเคอร์เรนซี การค้ามนุษย์เฟื่องฟู มีธุรกิจให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหมื่นๆ เครื่อง สะท้อนให้เห็นว่าตามแนวชายแดนอ่อนไหว บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าขายไฟฟ้าให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการศึกษาสถานการณ์ภัยคุกคามทางออนไลน์ ชี้แจงว่า จากการสำรวจสถานการณ์การถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ ของประชากรไทยอายุ 15-79 ปี ระหว่างวันที่ 21 ก.ค.- 31 ส.ค. 2566 รวม 6,973 ตัวอย่าง จาก 24  จังหวัด พบว่าคนไทยกว่า 36 ล้านคนถูกหลอกลวงออนไลน์ในรอบปี 2566 ในจำนวนนี้เกินครึ่งหรือประมาณ  18.37 ล้านคนตกเป็นผู้เสียหาย โดยคน Gen Y เป็นกลุ่มถูกหลอกที่มีจำนวนผู้เสียหายมากที่สุดและมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด

ประเภทการหลอกลวงที่พบจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายมากที่สุด อยู่ในกลุ่มซื้อสินค้าออนไลน์และหลอกให้ลงทุน ลำดับถัดมาคือ หลอกรับสมัครงาน/ให้ทำงานออนไลน์/ทำภารกิจออนไลน์ หลอกว่ามีพัสดุตกค้าง  หลอกเป็นคนรู้จักโดยปลอมหรือแฮ็กบัญชีหรือหลอกว่าคนรู้จักกำลังมีปัญหา หลอกให้กู้/แอปเงินกู้ผิดกฎหมาย หลอกเรียกเก็บเงิน/อ้างว่าค้างจ่ายค่าบริการต่างๆ หลอกให้รักออนไลน์ ด้านอัตราการตกเป็นผู้เสียหาย คือในคนถูกหลอก 100 คน หลอกสำเร็จ-ตกเป็นผู้เสียหายกี่คน พบว่าการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศโดยให้โอนเงินค่าประกัน หรือค่าดำเนินการพบอัตราการตกเป็นผู้เสียหายมากที่สุด  35.6% มีมูลค่าความเสียหายต่อคนมากที่สุด 31,714  บาท

ปี 2566 ความเสียหายจากการถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ มีมูลค่าประมาณ 49,845 ล้านบาท  เฉลี่ย 2,660.94 บาท/คน นอกจากนั้นผู้เสียหายยังได้รับผลกระทบด้านอื่นๆ ตามมา ทั้งปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง กลัวถูกคนใกล้ชิดกล่าวโทษจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปัญหาขาดความเชื่อมั่นต่อการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ เช่น ไม่กล้ารับเบอร์แปลก/เบอร์ที่ไม่รู้จัก/ไม่มีในรายชื่อ เลี่ยงการใช้แอปพลิเคชันที่มีการให้กรอกข้อมูลส่วนตัว  กังวลในการซื้อสินค้าออนไลน์/ซื้อสินค้าออนไลน์น้อยลง และอื่นๆ ที่สำคัญคือปัญหาสุขภาพจิต ตั้งแต่การโทษตัวเองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 61.3% หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กลายเป็นคนที่หวาดกลัวต่อการดำรงชีวิต 43.9% รู้สึกสิ้นหวังและไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไป 22.6% พบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เพื่อช่วยเยียวยาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 13.5%

นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอเรื่องภัยออนไลน์:ปัจจัยคุกคามจากโลกดิจิตอล หัวข้อ “แพลตฟอร์มภาคเอกชนกับภัยออนไลน์” การละเมิดข้อมูลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมปี 2544 ผู้ถูกละเมิดข้อมูล 6 ราย/ชั่วโมง เพิ่มจำนวนเป็น 97 ราย/ชั่วโมง ในปี 2564 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,157 ในระยะเวลา 20 ปี มูลค่าความเสียหายต่อครั้งสูงขึ้น สอดคล้องกับความเสียหายจากการละเมิดข้อมูลในภาคธุรกิจทั่วโลกที่พุ่งตัวสูงขึ้น ค่าเฉลี่ย 4.24 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2564 เพิ่มเป็น 4.35 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565

เมื่อศึกษาภัยคุกคามจากภายใน มีการรั่วไหลข้อมูลจากภัยคุกคามภายในถึง 6,803 เหตุการณ์ รวมมูลค่าความเสียหาย 15.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ภัยคุกคามภายในจากความประมาทของบุคคลในองค์กรเป็นต้นเหตุถึงร้อยละ 56 มากกว่าภัยคุกคามภายในจากอาชญากรรมคนในที่มีจำนวนร้อยละ 26 และจากการจารกรรมข้อมูลระบุตัว จำนวนร้อยละ 18 โดยอุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีจากภัยคุกตามภายในสูงสุดอันดับต้นๆ ทั่วโลก ได้แก่ การเงิน การบริการ การผลิต

การหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ในประเทศไทย คดีหลอกขายสินค้าและบริการมีอัตราการเกิดเหตุสูงสุด ในคดีหลอกขายสินค้าและบริการมีอัตราการเกิดเหตุสูงสุด การแจ้งความออนไลน์เกี่ยวกับการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2565 ถึงเดือน ก.พ. 2567 พบว่ามีจำนวนสูงที่สุดถึง 181.565 คดี รวมมูลค่าความเสียหายมากถึง 2,605 ล้านบาท การหลอกลวงผ่าน Social Commerce มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์ม E-commerce เป็นที่สังเกตว่าภาคเอกชนในประเทศไทยส่วนใหญ่ มีการลงทุนด้านความปลอดภัยของข้อมูลและระบบความปลอดภัยของข้อมูลในระดับที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับภาคส่วนธุรกิจเดียวกันในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และสหภาพยุโรป ภาคเอกชนที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีการลงทุนในด้านความปลอดภัของข้อมูลระดับที่ค่อนข้างต่ำ ธุรกิจการเงิน ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจแพลตฟอร์มของต่างประเทศหรือมีการลงทุนร่วมกับต่างประเทศ  ธุรกิจที่ต้องจัดการกับลูกค้าต่างประเทศ และธุรกิจที่เป็นคู่ค้ากับภาคการเงินและบริษัทต่างประเทศ มีการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลสูงกว่าธุรกิจประเภทอื่น

จากการประชุมวิชาการในครั้งนี้ มีคาถาสำคัญที่จะทำให้ทุกคนปลอดภัยจากอาชญากรรมออนไลน์ ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ทำงานหาเงิน ต้องการเพิ่มมูลค่าด้วยการให้เงินทำงาน ด้วยการลงทุนในทองคำ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น กองทุนรวม คริปโตเคอร์เรนซี ต้องใช้ความอดทน การใช้ความรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักตัวเองมากพอว่า  ด้วยสถานะทางการเงินมีความเหมาะสมที่จะลงทุนแบบไหนอย่างที่ไม่เสี่ยงจนเกินไป ข้อสำคัญต้องไม่โลภ ใคร่ครวญให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนตามคำชักชวนของมิจฉาชีพ ตลอดจนผู้หวังดี...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้อนรับเทศกาลPride Month รู้ให้จริง..กม.รับรองเพศสภาพ

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศถอนภาวะการมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด ออกจากหมวดความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมในบัญชีจำแนกโรคสากลฉบับที่ 10 (ICD-10)

'ดีอี' ตั้งเป้าปิด 1 แสนบัญชีม้าต่อเดือน!

เข้มงวดปราบอาชญากรรมออนไลน์! 'รัดเกล้า' เผยเฟส 2 ดีอี พร้อมพันธมิตร ลุยปิดเว็บพนันสถิติเพิ่ม 82.8% ยอดสะสมปิดซิมต้องสงสัยกว่า 2.3 ล้านเลขหมาย ตั้งเป้าปิดบัญชีม้าต่อ 100,000 บัญชีต่อเดือน

โพลชี้เกือบ 1 ใน 4 เคยพบ/เห็นการคุกคามทางเพศในที่ทำงานอีก 126 คน เจอกับตัว กอด-จูบ-ลูบ-คลำ มีครบ ม

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2567 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลัง ภาคีเครือข่าย ประกาศเจตนารมณ์การป้องกันการคุกคามทางเพศ โ

“จิตวิญญาณอาหารกับเยาวชน” การเรียนรู้ที่มากกว่ากินอิ่มอร่อย

การเรียนรู้เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำ ให้สังคมและชุมชนอยู่รอด ยิ่งหากมีการเรียนรู้ร่วมกัน ยิ่งทำให้สังคมหรือชุมชนนั้นมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

อุดช่องว่างดิจิทัล ช่วยพลิกชีวิตคนพิการ

แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาก้าวไกลไปถึงยุค 5G แต่ทุกวันนี้กลุ่มผู้พิการมีข้อจำกัดในการใช้งานออนไลน์ สำหรับผู้พิการทางสายตาเข้าไม่ถึงข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากเว็บไซต์ที่มีอยู่ส่วนใหญ่ไม่รองรับการใช้งานของคนตาบอด จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขไทยมีผู้พิการทางสายตา 2 ล้านคน  พบว่า

อึ้ง เด็กประถม ขายบุหรี่ไฟฟ้า เลี้ยงปากท้อง ซ้ำ ฝุ่น PM2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง ทำป่วยมะเร็งปอดติด 1 ใน 5 โรคมะเร็งคร่าชีวิต

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2567 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)