
วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ระดับภาค ณ หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยมี นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดสงขลา กลุ่มจังหวัดภาคใต้ และเยาวชนเข้าร่วมในพิธีเปิด ทั้งนี้ พิธีเปิดได้จัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภูมิภาค เฟ้นหาเยาวชนทักษะดีมีมาตรฐานทั่วประเทศกว่า 1,600 คน คัดเลือกสู่สนามแข่งขันระดับประเทศ จุดประกายแรงงานรุ่นใหม่ก้าวสู่เวทีโลกโชว์ศักยภาพแรงงานไทย
.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้กำลังแรงงานไทยได้รับการยกระดับฝีมือให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ระดับภาคในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีในการคัดเลือกเยาวชนในระดับภาค เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับประเทศ ในปี 2568 ซึ่งช่วยส่งเสริม สนับสนุน กระตุ้นให้เยาวชนมีใจรักในสายงานอาชีพ สนใจและให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะฝีมือของตนให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ผู้ประกอบกิจการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมีการนำเอาหุ่นยนต์ เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติหรือ AI มาใช้ในการผลิตและบริการเพิ่มขึ้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ นั่นคือนักเรียน นักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาเป็นกำลังแรงงานใหม่ที่สำคัญ ต้องเป็นกำลังแรงงานที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถในระดับขั้นสูงขึ้นไป และต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น การจัดงานในวันนี้จึงเป็นเสมือนเครื่องมือที่จะช่วยบูรณาการให้สถานศึกษา สถานฝึกอบรม ผู้ประกอบกิจการ สมาคมและองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ได้เห็นคุณค่าของเยาวชน และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของกำลังแรงงานของไทยให้ตรงกับความต้องการในอนาคตต่อไป

.
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ระดับภาค จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 - 12 กรกฎาคม 2567 มีเยาวชนร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 1,628 คน แบ่งออกเป็น 24 สาขา ใน 6 กลุ่มสาขาอาชีพ ตามมาตรฐานขององค์การการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ดังนี้
1) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีก่อสร้างและอาคาร จำนวน 6 สาขา
2) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีการสื่อสาร จำนวน 2 สาขา
3) กลุ่มสาขาอาชีพแฟชั่นและศิลปะเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 3 สาขา
4) กลุ่มสาขาอาชีพบริการส่วนบุคคลและสังคม จำนวน 3 สาขา
5) กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการผลิต จำนวน 8 สาขา
6) กลุ่มสาขาอาชีพขนส่งและโลจิสติกส์ จำนวน 2 สาขา
“ผู้ชนะรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงินและเหรียญทองแดงในการแข่งขันเวทีนี้ จะมีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 30 เป็นเวทีการแข่งขันระดับประเทศในช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่กรุงเทพฯ หรือพื้นที่ข้างเคียง จากนั้นผู้ชนะระดับชาติในแต่ละสาขาจะมีโอกาสเข้าร่วมการเก็บตัวฝึกซ้อมและคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไป” รมว.พิพัฒน์ กล่าว
ด้าน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันระดับภาค แบ่งสนามแข่งขัน ออกเป็น 4 กลุ่มจังหวัด ได้แก่
- กลุ่มภาคกลาง จัดแข่งขันที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 4 ราชบุรี จำนวน 14 สาขา โดยแข่งขันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 4 สาขา วิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี 1 สาขา วิทยาลัยเทคโนโลยีดรุณาโปลีเทคนิคราชบุรี 1 สาขา สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ 2 สาขา วิทยาลัยการแรงงาน 1 สาขา และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 35 เพชรบุรี 1 สาขา รวมผู้เข้าแข่งขันจำนวน 422 คน
- กลุ่มภาคเหนือ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ จำนวน 15 สาขา โดยแข่งขันที่มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา 6 สาขา วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 2 สาขา และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 1 สาขา รวมผู้เข้าแข่งขันจำนวน 366 คน
- กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 6 ขอนแก่น จำนวน 18 สาขา โดยแข่งขันที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น 3 สาขา บริษัท เค คอนซัลติ้ง แอนด์ ซัพพลาย จำกัด 1 สาขา วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น 1 สาขา และโรงแรมโฆษะขอนแก่น 1 สาขา จำนวน 505 คน
สำหรับกลุ่มภาคใต้ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา แข่งขันทั้งหมด 17 สาขา โดยแข่งขันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 5 สาขา และวิทยาลัยเทคนิคสงขลา 2 สาขา รวมผู้เข้าแข่งขันจำนวน 335 คน ทั้ง 4 ภูมิภาค มีกำหนดการพิธีเปิดการแข่งขันพร้อมกัน ในวันนี้ และพิธีปิดการแข่งขันพร้อมมอบรางวัล ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!
รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ
'พิพัฒน์' เหน็บประชาธิปัตย์ ทวงสมบัติพ่อเฒ่า รักษาไม่ได้ก็แบ่งให้ภูมิใจไทยรับช่วงต่อ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยังตั้งเป้าได้สส.ไม่น้อยกว่า 31 เขต และขอฝากเบอร์ 37 ซึ่งเป็นคะแนนพรรคภูมิใจไทยด้วย ขณะที่ในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี
'พิพัฒน์' แจงแนวคิดแก้วิกฤตขยะล้นเกาะภูเก็ตไปกำจัดที่พังงา ไม่ใช่นำขยะเน่าเสียไปเททิ้ง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ชี้แจงกรณีปราศรัยที่จังหวัดภูเก็ตเรื่องแนวคิดจัดการขยะภูเก็ตบางส่วนไปกำจัดที่จังหวัดพังงา โดยระบุว่า
‘ศุภจี’ปัดเป็นนางแบกพรรค ชูวิทย์โพลภท.แตะ180เสียง
10 วันสุดท้ายทุกพรรคลงพื้นที่หาเสียงคึกคัก "อนุทิน" ตำหนิผู้สมัคร ภท.บางคนชาวบ้านไม่รู้จัก
'อนุทิน' โยน 'พิพัฒน์' แจงปมยุให้เลือกฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ บอกยังไม่ได้ยินแบบนั้น
"อนุทิน" ยัน มท. ตรวจสอบชื่อประชาชนตลอด หลังคนโวยชื่อผีโผล่ในทะเบียนบ้าน วอนอย่าผูกเรื่องโยงเลือกตั้ง เผย ยังไม่พบเคลื่อนไหวผิดปกติ ยันแยกบทบาทส่วนตัว-การเมือง โยน "พิพัฒน์" แจงปมขีดทางเลือกประชาชนฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ แนะ ระวังบทบาทช่วงเลือกตั้ง
ภูมิใจไทย ชูยุทธศาสตร์ซื้อใจชาวพังงา ได้แน่สนามบินอันดามัน ไม่ใช้เงินหลวง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.พังงา พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 2 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายอรรถพล ไตรศรี เขต 1 และนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ เขต 2 ว่า ในวันนี้ตน นายศุภชัย ใจสมุทร และนายชลัฐ รัชกิจประการ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ มาช่วยหาเสียง และทำความเข้าใจกับชาวพังงา

