
รมช.พณ.สุชาติ เผยผลการประชุมระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ที่เริ่มประชุมเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ใช้ชื่อว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (EPA) ไทย – เกาหลีใต้ รอบแรก โดยใช้ชื่อย่อว่าความตกลง KTEPA (เคเท็ปป้า) เมื่อวันที่ 9 – 11 กรกฎาคม 2567 ผลคืบหน้าด้วยดี ตั้งเป้าสรุปผลภายในสิ้นปี 2568 โดยเจรจารอบแรก ส่งผลให้ไทยจะส่งออกสินค้า เนื้อสัตว์แช่แข็ง แปรรูป ผลไม้ เครื่องปรุงรส ไม้แปรรูป และเคมีภัณฑ์ รวมถึงบริการด้านขนส่ง คลังสินค้า โรงแรมและภัตาคาร ไปเกาหลีใต้มากขึ้น ดันตัวเลขส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 77
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย ให้กำกับดูแลกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศนั้น ในการประชุมเจรจาจัดทำความตกลง KTEPA ครั้งที่ 1 ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ ที่มีการประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ 9 – 11 กรกฎาคม 2567 โดยไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ และฝ่ายไทยมีอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจา และมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมคณะด้วย และฝ่ายเกาหลีใต้ มีนายคอนกิ โร เป็นหัวหน้าคณะเจรจา
โดย รมช.สุชาติ ได้กล่าวถึงผลการประชุมความตกลง KTEPA ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ ว่า “การร่วมกันเจรจาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ โดยคาดว่ามูลค่าการค้าระหว่างกันจะขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะมีการลงทุนจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทั้งนี้ จากผลการศึกษาเบื้องต้นของไทย ประเมินว่า ความตกลง KTEPA จะช่วยเปิดตลาดการค้าสินค้าและบริการ และการลงทุนเพิ่มเติมจาก FTA ที่มีอยู่เดิม ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–เกาหลีใต้ (AKFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) โดยมีกลุ่มสินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกไปเกาหลีใต้มากขึ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และประมง (อาทิ เนื้อไก่แช่แข็งและแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป) ผลไม้เมืองร้อน (อาทิ มะม่วง ฝรั่ง และมังคุด) ผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ (อาทิ แป้ง ซอสและของปรุงรส) ผลิตภัณฑ์ไม้ (อาทิ ไม้แปรรูป พาติเคิลบอร์ด ไม้อัดพลายวูด) และเคมีภัณฑ์ และมีสาขาบริการที่คาดว่าไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดการค้าบริการของเกาหลีใต้ อาทิ บริการด้านธุรกิจ บริการการขนส่ง คลังสินค้า และบริการด้านโรงแรมและภัตตาคาร โดยคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 1,282-1,788 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.32-0.44 นอกจากนี้ ยังส่งผลบวกต่อการส่งออกของไทยไปเกาหลีใต้โดยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 2,420 – 4,654 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 40.15 – 77.21”

ในการประชุมเจรจาจัดทำความตกลง KTEPA ครั้งที่ 1 นี้ มีประชุมในระดับคณะทำงาน ทั้งหมด 13 คณะ ประกอบด้วย 1) การค้าสินค้า 2) มาตรการเยียวยาทางการค้า 3) กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 4) พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า 5) มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 6) อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 7) การค้าบริการข้ามพรมแดน 8) การลงทุน 9) การค้าดิจิทัล 10) การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 11) ทรัพย์สินทางปัญญา 12) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย และ 13) ประเด็นทางกฎหมายและสถาบัน โดยคณะทำงานต่าง ๆ ได้หารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย และเริ่มเจรจาข้อบทภายใต้ความตกลง KTEPA ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ สองฝ่ายยังได้มีการจัดทำแผนงานการเจรจา โดยเบื้องต้นกำหนดให้มีการเจรจาทั้งหมด 7 รอบและตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2568 ทั้งนี้ เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาจัดทำความตกลง KTEPA ครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2567 ณ กรุงโซล
ในปี 2566 เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับ 12 ของไทย การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 14,736.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ 6,070.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำตาลทราย แผงวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม และไทยนำเข้าจากเกาหลีใต้ 8,666.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 (เดือนมกราคม – พฤษภาคม) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 6,303.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทย 2,514.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากเกาหลีใต้ 3,789.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทส. สั่งเดินหน้าลุยตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบซุกไม้ท่อนและไม้แปรรูปเถื่อนกว่า 600 ลบ.ม. มูลค่ารวม 30 ล้านบาท
รองนายก ฯ สุชาติ สั่งการคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น ขยายเวลา WFH พร้อมประสานกรมฝนหลวง เจาะชั้นบรรยากาศ
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่
รองนายกฯ “สุชาติ” สั่งกรมทรัพยากรน้ำลุยเต็มกำลัง รับมือภัยแล้งทั่วประเทศ ย้ำต้องมีน้ำใช้–น้ำกิน–น้ำทำกิน ไม่สะดุด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านน้ำในฐานะนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สั่งการกรมทรัพยากรน้ำยกระดับการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำอย่างรอบด้าน
รองนายกฯ สุชาติ ชมกลิ่น กำชับมาตรการป้องกันไฟป่า-หมอกควัน เผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งทั่วประเทศ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศปัจจุบันมีความหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้
รองนายกฯ สุชาติ มอบหมาย ทช. ร่วมมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ จัดกิจกรรมรักษ์ทะเลไทย ตามแนวพระดำริฯ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ราชกัญญา

