
วันนี้ (12 ก.ค. 67) นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ท้องที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 37,334 ไร่ ให้แก่ราษฎร จำนวน 1,972 ราย ณ โรงเรียนรีสอร์ทอนุบาลทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัด ทส. กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ โดยมอบให้กรมป่าไม้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีพื้นที่ทำกินอย่างถูกต้องภายใต้ข้อกฎหมายกำหนด สำหรับการมอบสมุดประจำตัวเพื่อแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกิน ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้แก่ราษฎร จำนวน 1,972 ราย พื้นที่จำนวน 37,334 ไร่ ในท้องที่อำเภอนำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอบางขัน ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในอำเภออื่นๆ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยทำกิน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ควบคู่การส่งเสริมอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ด้านนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ได้ดำเนินการภายใต้นโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนได้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่เป้าหมายที่จะต้องดำเนินการทั้งสิ้น 346,290 ไร่ แบ่งพื้นที่ได้ 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4 และ 5 ที่มีราษฎรถือครองทำกินมาก่อนปี พ.ศ 2545 มีพื้นที่ดำเนินการ 66,160 ไร่ กรมป่าไม้โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุญาตให้จังหวัดนครศรีธรรมราชนำพื้นที่ไปดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนแล้ว 18,286 ไร่ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)
สำหรับกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ดำเนินการโดยกรมป่าไม้ มีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มที่ 2 ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4 และ 5 ที่มีราษฎรอยู่อาศัยทำกินระหว่างปี พ.ศ. 2545 ถึงปี พ.ศ. 2557 มีพื้นที่ดำเนินการ 35,006 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลราษฎรผู้ถือครองที่ดินและผังแปลงที่ดิน เพื่ออนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพื้นที่ไปดำเนินการจัดที่ดินให้แก่ราษฎร
กลุ่มที่ 3 ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ที่มีราษฎรอยู่อาศัยทำกินมาก่อนปี พ.ศ. 2545 และกลุ่มที่ 4 ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ที่มีราษฎรอยู่อาศัยทำกินระหว่างปี พ.ศ. 2545 ถึงปี พ.ศ. 2557 โดยมีพื้นที่ดำเนินการ 245,124 ไร่ และเร่งดำเนินการตามขั้นตอนในการอนุญาตให้ราษฎรได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้อย่างถูกต้องโดยเร็ว โดยได้มอบอำนาจให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สามารถอนุมัติโครงการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการจัดระเบียบการใช้ที่ดิน และรับรองการอยู่อาศัยทำกินแบบแปลงรวมให้แก่ราษฎร
นอกจากนี้ การมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกิน ให้แก่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ที่ได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) ได้อนุมัติโครงการแล้ว จำนวน 37,334 ไร่ จำนวน 1,972 ราย ในท้องที่อำเภอนำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ และอำเภอบางขัน ให้กับพี่น้องประชาชน ถือเป็นครั้งแรกของประเทศที่มีการมอบสมุดประจำตัวให้แก่ราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำ ชั้นที่ 1 และ 2 ซึ่งในอนาคตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถเข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป
“ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ท่านช่วยกันป้องกันรักษาป่าที่เหลืออยู่อย่าให้มีการบุกรุกทำลายป่าเพิ่มเติม ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อท่านจะได้อยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างยั่งยืนอยู่ดีกินดีสืบไป” นายสุรชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
'สุชาติ' รับนโยบาย 'อนุทิน' สั่ง ทส. ระดมกำลัง-เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง
รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
'สุชาติ' เร่ง ทส. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คลี่คลายน้ำท่วมปราจีนบุรี-สิงห์บุรีสระบุรี ช่วยประชาชนได้รับผลกระทบ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โดยสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว
ไทยจับมือจีนยกระดับวิจัยทางทะเล ดันเทคโนโลยี AI เฝ้าระวังมหาสมุทร
ไทย-จีนเดินหน้าความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล แลกเปลี่ยนงานวิจัย-เทคโนโลยี รับมือภูมิอากาศ ไมโครพลาสติก และฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมขยายเครือข่ายสู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
'สุชาติ' เผยผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล ดันไม้เศรษฐกิจถูกกฎหมาย–ยั่งยืน เชื่อมตลาดโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางด้านกฎหมาย การค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนกับนานาประเทศ

