เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ที่กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสพลังแห่งอนาคตในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ด้วยพลังสหวิทยาการ หรือ “อว.แฟร์” วันนี้ - 28 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบกับนิทรรศการหลากหลาย อาทิ ‘นิทรรศการเมืองแห่งการเรียนรู้’ นำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นจาก 20 จังหวัด ‘Culture Connex’ แสดงผลผลิตจากทุนทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ ‘The Treasures of Herbal Health’ นำเสนอการต่อยอดงานวิจัยสมุนไพร โซนนำเสนอแบบจำลองสถานีอวกาศและดาวเทียม Theos2 การจัดแสดง ‘ดินดวงจันทร์จากยานฉางเอ๋อ 5’ ครั้งแรกในไทย นิทรรศการ ‘Hub of Talents and Hub of Knowledge For All’ และ ‘Irradiation for Sustainable Future’ นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขัน AI Hackathon การประกวดวงดนตรี MHESI Music Variety Awards 2024 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินวง ซีซันไฟฟ์ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมลุ้นรับรางวัลรถมอเตอร์ไซค์ EV ภายในงาน สามารถเข้าชมฟรี!
สำหรับไฮไลต์ ZONE E: SCIENCE FOR ALL WELL-BEING มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นจาก 20 จังหวัด ผ่านการจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมท้องถิ่น ครอบคลุมด้านสุขภาพ ความงาม อาหาร และวัฒนธรรม เริ่มด้วย ‘นิทรรศการเมืองแห่งการเรียนรู้’ ที่จำลองกิจกรรมเด่นจากทั้ง 20 เมือง แบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ 2) สิ่งแวดล้อม 3) การพัฒนาเมืองและออกแบบพื้นที่ ซึ่งผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้และทดลองทำเวิร์กช็อปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น โคมล้านนา ผ้าขาวม้า และอาหารพื้นถิ่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ‘นิทรรศการ Culture Connex’ ที่นำเสนอระบบจัดการพื้นที่กลางสำหรับผลผลิตจากทุนทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ แบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ 1) จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย 2) พื้นที่เวิร์กช็อป 3) การแสดงบนเวที 4) นิทรรศการ Culture Connex และ Cultural Map Thailand & Metaverse มีการจัดแสดงสินค้าวัฒนธรรมและกิจกรรมการแสดงตลอดวัน เป็นกลไกเชื่อมต่อทุนทางวัฒนธรรมของไทย อีกหนึ่งบูธที่โดนเด่นไม่แพ้กันคือ ‘นิทรรศการ The Treasures of Herbal Health Cohesive Ecosystem’ ที่เป็นการต่อยอดงานวิจัย เพิ่มคุณค่าสมุนไพรด้านการแพทย์และสุขภาพ เพื่อพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ ภายในโซนนิทรรศการยังมีการจัดแสดงพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เวชสำอาง และยาที่พัฒนาจากสารสกัดธรรมชาติหรือสมุนไพรอีกด้วย

นอกจากนี้ ZONE F: SCIENCE FOR FUTURE THAILAND ยังมีการแสดงสถานีดาวเทียมจำลอง โดยนำเสนอ ‘แบบจำลองสถานีอวกาศขนาดเสมือนจริง’ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการสำรวจ ทดลอง และวิจัยในอวกาศ แบบจำลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงถึงความสำเร็จด้านเทคโนโลยีอวกาศ สร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชน และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีอวกาศ อีกทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษ Special Talk: ร่วมพูดคุยกับทีมผู้สร้างภาพยนตร์ URANUS 2324 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2567 เป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมงานมืออาชีพ ตลอดจนมีการนำเสนอแบบจำลองดาวเทียม Theos2 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติรุ่นล่าสุดของไทย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ แบบจำลองนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสำรวจและติดตามทรัพยากรธรรมชาติของไทย ซึ่งจะช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้นมีการนำ ‘ดินดวงจันทร์จากยานฉางเอ๋อ 5’ มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และยังเป็นเป็นครั้งแรกที่นำออกมาจัดแสดงนอกประเทศจีน แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยกิจกรรมนี้ได้แสดงอุปกรณ์ปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์ของไทยที่จะติดตั้งบนยานฉางเอ๋อ 7 ชื่อ MATCH เพื่อตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงยังจัดแสดงผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูงด้านต่าง ๆ โดยใช้โจทย์ทางดาราศาสตร์ เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของคนไทยด้วยเช่นกัน อีกหนึ่งนิทรรศการที่โดดเด่นคือ ‘Hub of Talents and Hub of Knowledge For All’ นำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์หลากหลาย ได้แก่ 1) Agricultural: เทคโนโลยีเกษตรและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง 2) Economy: นวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 3) Environmental: เทคโนโลยีรักษาสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด 4) Future Tech: เทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับอนาคต 5) Health: นวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ 6) Society: งานวิจัยเพื่อสังคมปลอดภัยและน่าอยู่ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนสุดท้ายคือ นิทรรศการ ‘Irradiation for Sustainable Future’ ที่นำเสนอผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการฉายรังสีใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมการแพทย์: การฆ่าเชื้อ วัสดุทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 2) อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร: การยกระดับคุณภาพอาหารและวัสดุจากธรรมชาติ 3) อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม: การกักเก็บพลังงานและบำบัดน้ำเสีย 4) การปรับปรุงคุณสมบัติวัสดุด้วยรังสี นอกจากนี้นิทรรศการมีบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารที่ผ่านการฉายรังสี โดยเฉพาะแหนมหลากหลายรูปแบบ เช่น แหนมตุ้มติ๋ว แหนมสไลซ์ และแหนมแท่งพร้อมทาน ซึ่งเป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอุตสาหกรรมอาหาร
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 กรกฎาคม ยังมีการแข่งขัน “AI Hackathon Final Pitching” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) และ University of Queensland พร้อมจัดเต็มความบันเทิงกับมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากวงซีซันไฟฟ์ (SEASON FIVE) ที่มามอบความสุขและความสนุกบนเวทีด้วยเพลงฮิตและการแสดงสดที่ทำให้ทุกคนได้ผ่อนคลายหลังจากตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยสาระความรู้
ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานประกวดวงดนตรีระดับอุดมศึกษา “MHESI Music Variety Awards 2024” ซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันนำเสนอผลงานดนตรีที่ผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย เพื่อชิงถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติ ต่อด้วยการบรรยายพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศ เรื่อง “Functional Thin Films for Thailand: Solar Cell, Light Emitting Diode, and Photodetector” และยังมีการบรรยายเรื่อง “Rapid Survey” ความหลากหลายทางชีวภาพในลุ่มน้ำโขงตอนล่างและแม่น้ำสาขาในภาวะวิกฤตแม่น้ำโขง นอกจากนี้ยังมี “Seafood Chefs Table” ที่สาธิตการใช้วัตถุดิบผลผลิตจากทะเล เพื่อรังสรรค์เมนูอาหารทะเลของเชฟ ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยคุณภาพอาหารทะเล ยกระดับคุณภาพและรสชาติของอาหาร พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยอย่างยั่งยืน
ติดตามกิจกรรมและดูรายละเอียดเพิ่มเติมของงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE ได้ทางเว็บไซต์ www.mhesifair.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/MHESIThailand.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ 'NATURE POSITIVE THAILAND' ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก
"ยศชนัน" ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ "NATURE POSITIVE THAILAND" ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก เล็งดึง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ปั้นสตาร์ตอัปสายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม พลิกโฉมความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
SITE 2026 รวมตัวช่วยสตาร์ตอัปไทย ครบทั้งทุน เทคโนโลยี ตลาด และพาร์ทเนอร์เชื่อมผู้ประกอบการกับหน่วยงานสนับสนุนต่อยอดนวัตกรรมไทยสู่ธุรกิจจริง
งาน SITE 2026: Startup x Innovation Thailand Expo 2026 จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดพื้นที่สำคัญสำหรับสตาร์ตอัป ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม และธุรกิจเทคโนโลยีไทย ที่ต้องการหาโอกาสใหม่ในการเติบโต
เปิดให้ชมแล้ว! NSM ชวนมาสัมผัสเทคโนโลยีใหม่กับ '5D Mixed Reality Experience - Hidden Paradise' ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช.คลอง 5 ปทุมธานี
เปิดให้ชมแล้ว! NSM ชวนมาสัมผัสเทคโนโลยีใหม่กับ “5D Mixed Reality Experience - Hidden Paradise” พบ 3 ไฮไลท์ “โรงภาพยนตร์ 5D - สำรวจพิพิธภัณฑ์ผ่านแว่น RokidMax Pro - Hidden Paradise : ธรรมชาติสร้างสรรค์ สวรรค์บนดิน” ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช.คลอง 5 ปทุมธานี
“ศรีญาดา” ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว.เปิดนิทรรศการ “5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise” พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด “นิทรรศการ 5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise” อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM
“อ.เชน – ยศชนัน” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ จ. สงขลา ลั่นต้องเชื่อมโยงผู้ประ กอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกันเพื่อบ่มเพาะธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่ระดับยูนิคอร์น
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ (จ. สงขลา) เพื่อเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge การเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคใต้ นักวิจัย

