
กยท.ดีเดย์ เริ่มรับซื้อปลาหมอคางดำแล้วเป็นวันนี้เป็นวันแรก ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านกก. นำร่องในพื้นที่การระบาด 16 จังหวัด ราคา 15 บาท/กก. เพื่อนำมาผลิตน้ำหมักชีวภาพใช้ในสวนยางพารา เผยผลการศึกษาระบุชัดเจน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ สร้างความสมดุลทางนิเวศวิทยา ยางเจริญเติบโตและผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงถึง 25%
ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด กยท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ ( 1 ส.ค. 67) กยท. เริ่มรับซื้อปลาหมอคางดำ ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายที่จะรับซื้อทั้งหมด 1,000 ตัน (1 ล้านกิโลกรัม) เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพมาตรฐานกรมพัฒนาที่ดินใช้ในสวนยางพารา ซึ่งมีจุดรับซื้อทั้งหมด 49 จุดในพื้นที่ที่มีการระบาดทั้ง 16 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง ตราด ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นนทบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรรมราช และสงขลา
ทั้งนี้ ปลาหมอคางดำ 1,000 ตัน จะสามารถนำผลิตน้ำหมักชีวภาพได้ประมาณ 160,000 ลิตร นำไปใช้ในสวนยางพาราได้ประมาณ 320,000 ไร่ โดย กยท.วางแผนที่จะแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการทำสวนยางในรูปแบบแปลงใหญ่ประมาณ 200,000 ไร่ ซึ่งจะช่วยการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้กับสวนยางของโครงการฯ ส่วนที่เหลือได้มอบหมายให้หน่วยธุรกิจของ กยท. (Business Unit : BU) นำไปจำหน่ายแก่เกษตรกรชาวสวนยาง และเกษตรกรทั่วไป รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ เพื่อนำไปใช้ในพืชประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ ข้าว หรือพืชอื่นๆ ในราคา 99 บาท/ลิตร ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าน้ำหมักชีวภาพทั่วไปที่จำหน่ายในราคาที่สูงถึงประมาณ 200 บาท/ลิตร

สำหรับงบประมาณ ที่ใช้ในการรับซื้อปลาหมอคางดำดังกล่าว จะใช้งบตามมาตรา 13 ของพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจโดยตั้งกรอบวงเงินในการรับซื้อไว้ 50 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับการรับซื้อปลาหมอคางดำ และจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการจะกำจัดหรือลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ประธานบอร์ด กยท. กล่าวต่อไปว่า ในการผลิตน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำมาตรฐานกรมพัฒนาที่ดินนั้น จะใช้ระยะเวลาในการผลิตประมาณ 1 เดือนหลังจากได้รับปลาหมอคางดำ ซึ่ง กยท. จะให้หมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นผู้ผลิตตามสูตรของกรมพัฒนาที่ดิน ทั้งนี้ การนำปลาหมอคางดำมาผลิตน้ำหมักชีวภาพมีข้อได้เปรียบคือ ไม่มีปัญหาค่าความเค็ม และมีธาตุอาหารครบถ้วน จากการศึกษา พบว่า น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากปลาหมอคางดำโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 มีธาตุอาหารหลักเฉลี่ย ได้แก่ ไนโตรเจน (N) 0.93 % ฟอสฟอรัส(P) 0.16 % โพแทสเซียม(K) 0.34 % นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารรอง ได้แก่ แคลเซียม(Ca) 0.47 % แมกนีเซียม(Mg) 0.07 % และกำมะถัน(S) 0.02 % รวมทั้งมีจุลธาตุหรือธาตุอาหารเสริม ได้แก่ เหล็ก (Fe) 94มิลลิกรัม(มก.)/กิโลกรัม(กก.) แมงกานีส(Mn) 11 มก./กก ทองแดง(Cu) 6มก./กก สังกะสี(Zn) 2มก./กก และมีกรดฮิวมิค กรดอะมิโน ฮอร์โมนพืช ซึ่งธาตุอาหารดังกล่าวช่วยให้ยางพาราเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูง ซึ่งสามารถฉีดพ่นให้ปุ๋ยทางใบโดยใช้โดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย กยท.จะผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ "การยาง" อีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง ที่จะให้หน่วย BU ของ กยท. ดำเนินการด้านการตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้ กยท.
“ธาตุอาหารทั้งธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุ ที่พบในน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำมาตรฐานกรมพัฒนาที่ดินดังกล่าว จะทำช่วยให้ใบยางพาราเจริญเติบโต และเพิ่มน้ำยางได้ดี โดยไนโตรเจนจะช่วยทำให้ใบมีสีเขียว ยางเจริญเติบโตและสร้างผลผลิตเพิ่มขึ้น ฟอสฟอรัส จะช่วยการเจริญเติบโตของราก ออกดอก ติดเมล็ด โพแทสเซียม จะช่วยสร้างโปรตีน ผลผลิตมีคุณภาพ ลดปัญหาโรคพืช แคลเซียม จะช่วยให้ผนังเซลล์แข็งแรง ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก และการงอกของเมล็ด สังกะสี จะช่วยเพิ่มผลผลิตของยาง สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรค โดยเฉพาะโรคใบร่วง เหล็กและทองแดง ช่วยให้ยางเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ น้ำหนักชีวภาพยังทำเกิดความสมดุลทางนิเวศวิทยา ลดการลดปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นแก๊สที่ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจกอีกด้วย" ประธานบอร์ด กยท.กล่าว

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ที่ผ่านมาการใช้ปุ๋ยในสวนยางพาราของเกษตรกรจะใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก จากการเก็บตัวอย่างดินในสวนยางทั่วประเทศ พบว่า ดินขาดธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม กยท. จึงแนะนำให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยชีวภาพร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ลดค่าปุ๋ยเคมีลงได้ไม่น้อยกว่า 25% ซึ่งนอกจากจะทำให้ยางเจริญเติบโตให้ผลผลิตน้ำยางเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยลดการระบาดของโรคใบร่วงอีกด้วย
รักษาการผู้ว่าการ กยท.กล่าวด้วยว่า นอกจากการนำปลาหมอคางดำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพดังกล่าวแล้ว ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต กยท. ยังได้รวมกลุ่มแม่บ้านชาวสวนยางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำปลาหมอคางดำผลิตไปถนอมอาหาร ผลิตเป็นปลาร้า ปลาส้ม และปลาตากแห้ง นอกจากนี้ ยังมีเชฟอาหารไทยชื่อดัง ที่พร้อมร่วมมือกับ กยท. ที่จะถ่ายทอดความรู้ในการแปรรูปอาหารจากปลาหมอคางดำอีกด้วย โดยจะมีการคัดเกรดปลาหมอคางดำที่มีขนาดได้มาตรฐาน แช่เย็นไปส่งไปทำการถนอมอาหาร หรือแปรรูปทำอาหาร ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์อีกช่องทางหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ณัฐชา' จี้ รมว.เกษตรฯ เร่งกวาดล้าง 'ปลาหมอคางดำ' หวั่นน้ำหลากทำระบาดอีสาน
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ว่า เรื่องนี้ยังมีการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวไกล โดยในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางกว่า 120 หน้านั้น ความหมายจริงๆ คือสั่งหน่วยงานของรัฐทำตามหน้าที่ ซึ่งจริงๆ ถ้าเขาทำตามหน้าที่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมาฟ้องร้องดำเนินคดีกันในวันนี้ ส่วนคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งประชาชนรวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่มโดยมี ทนายวิจารณ์ โตลักข์ จากสภาทนายความเป็นผู้ทำคดี ซึ่งศาลนัดครั้งต่อไปในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันของผู้เกี่ยวข้อง ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็มีการเตรียมฟ้องร้องต่อ อาจเป็นจังหวัดเพชรบุรี และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
เคาะงบกลาง 350 ล้านบาท ดัน 7 มาตรการเร่งตัดวงจร 'ปลาหมอคางดำ' ลามหนักเขื่อนลำปาว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 29 หน่วยงานเข้าร่วม
'ณัฐชา' บอก 3 เดือนแก้ปลาหมอคางดำไม่ได้เก้าอี้ รมว.กษ.เปลี่ยนแน่!
'ณัฐชา' ซัด 'รัฐบาล' ตั้งศูนย์แก้ 'ปัญหาปลาหมอคางดำ' แค่ปาหี่ ลั่น 3 เดือนไม่คืบ 'รมว.เกษตรฯ' อาจโดนเปลี่ยนเก้าอี้ แนะรัฐใช้มาตรการแดง-เหลือง-ขาว-เขียว ด้าน 'เกษตรกร' โอดปัญหาเอาไม่อยู่แล้ว
'สุริยะ' ฟุ้ง! ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ 3 เดือนเห็นผล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการ
มาตรฐาน Thai Traceability พลิกโฉมประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำยางพาราโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดกระแสการรักษ์โลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างภาวะที่ท้าทายอย่างรุนแรงต่อระบบการเกษตรทั่วโลก มีการตืิ่นตัวในการทำการเกษตรยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมและสังคม
ศาลอุทธรณ์ ยืนรับฟ้องแบบกลุ่ม 'คดีปลาหมอคางดำ' ทนายคาดศาลตัดสินปลายปี 70
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่มก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. 69 หัวหน้าทีมทนายเผยคาดปี70 ศาลชั้นต้นตัดสิน

