เกษตรกร เตรียมเฮ พร้อมก้าวสู่การเป็น Service Provider เต็มรูปแบบ

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังผลักดันนโยบายการอำนวยความสะดวกด้านการเกษตรเป็นผล ส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร หรือ Agricultural Service Provider ช่วยเกษตรกรที่สนใจได้ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยด้วยตนเอง พร้อมกำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพิ่มเติมเป็นครั้งแรก นอกจากจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทางด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะนายทะเบียน ดำเนินการออกระเบียบฉบับใหม่เพิ่มเติม

ที่ผ่านมา การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรกลของเกษตรกร กระทรวงเกษตรฯ  โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการบันทึกข้อมูลเครื่องจักรกลทางการเกษตรของครัวเรือนเกษตรที่มาแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ออกเป็น 8 หมวดหมู่ รวม 51 ประเภท นอกจากนี้ ยังมีกรมส่งเสริมสหกรณ์  เป็นหน่วยงานดำเนินการรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์และเครื่องจักรกลการเกษตร ที่ให้บริการของสถาบันเกษตรกร 73 จังหวัด 632 สหกรณ์ โดยสหกรณ์เป็นผู้บริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร แต่อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจ   กลับพบว่า มีเกษตรกรที่ให้ข้อมูลในส่วนของเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพียงร้อยละ 1 ของครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมดเท่านั้น อีกทั้งข้อมูลในส่วนของทะเบียนเครื่องจักรกลการเกษตร ดังกล่าว ยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรอีกด้วย ประกอบกับ ระเบียบคณะกรรมการนโยบายฯ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้ในปัจจุบันนั้น ไม่ครอบคลุมผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร ทางกระทรวงเกษตรฯ จะได้มีการขยายผล และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆ ในการพัฒนารูปแบบช่องทางการให้บริการ หรือการเข้าสู่การเป็น Service Provider ผู้ให้บริการด้านการเกษตร แก่เกษตรกรที่สนใจ

ด้าน นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า จากที่ สศก. ได้ดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการนโยบายฯ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตร พ.ศ. 2567 เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบุคคล ระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2567 และมีการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร รวมถึงได้มีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานทั้ง 22 หน่วยงาน ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบ ซึ่งมีผลการประชาพิจารณ์ พบว่า มากกว่าร้อยละ 93.26 เห็นด้วยกับ (ร่าง) ระเบียบดังกล่าวทั้งฉบับ ดังนั้น หลังจากนี้ สศก. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกี่ยวกับการประกอบกิจการในด้านการเกษตร พ.ศ. 2567 ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ลงนามโดยเร็ว พร้อมแจ้งให้หน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกร ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมหม่อนไหม ดำเนินการรับขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรในส่วนของเครื่องจักรกลทางการเกษตร และการประกอบกิจการด้านการเกษตรต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“โควตานม 70:30 เขย่าโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย” เอกชน–เกษตรกรชี้เสี่ยงผูกขาด รัฐเร่งหาจุดสมดุล

การปรับหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 กำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย หลังร่างใหม่กำหนดสัดส่วนโควตาระหว่างสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจที่ 70% และภาคเอกชน 30% ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วนที่มองว่า อาจกระทบต่อกลไกตลาดและความสมดุลของทั้งระบบ

'พท.' เฉ่งรัฐบาล! ดูแลปชช.ให้ดีกว่านี้ เยียวยาน้ำมันแพง-ต้นทุนเกษตร

'วิสุทธิ์' ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน เรียกร้องรัฐบาลดูแลให้ดีกว่านี้ เร่งออกมาตรการดูแลราคาพลังงาน ช่วยเหลือต้นทุนด้านเกษตร

ชาวนาระทม! ทุกอย่างแพงหมด ยกเว้นข้าวเปลือก บี้รบ.ลงพื้นที่ดูแล

ประชาชนในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย รวมทั้งเจ้าของรถเกี่ยวนวดข้าว เจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อ รับจ้างลากข้าว และเกษตรกรที่ทำนา ต่างพากันโอดครวญ

เกษตรกรกระอัก! ร้องนายกฯ น้ำมันไม่เพียงพอใช้งานเครื่องจักร ทำผลผลิตเสียหายย่อยยับ

นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ปูทะเลราคาดี เกษตรกรเพชรบุรีจับขายได้ทุกวัน หนุนรายได้ชุมชน-เสริมความมั่นคงทางอาหาร

เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลในจังหวัดเพชรบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาปูทะเลในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะ “ปูไข่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300–700 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของปู ส่วน