การปรับหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 กำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย หลังร่างใหม่กำหนดสัดส่วนโควตาระหว่างสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจที่ 70% และภาคเอกชน 30% ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วนที่มองว่า อาจกระทบต่อกลไกตลาดและความสมดุลของทั้งระบบ
ในเชิงนโยบาย ภาครัฐพยายามแก้ปัญหานมล้นตลาดที่สะสมต่อเนื่อง โดยเฉพาะสต็อกนมโรงเรียนที่ยังค้างกว่า 7.3 ล้านกล่อง ผ่านการปรับโครงสร้างการจัดสรรใหม่ให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตจริง รวมถึงการกำหนดระยะเวลาการบริโภคนม 260 วันต่อปี อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถามว่า เป็นการ “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง” หรือเพียง “ย้ายภาระ” ไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ขณะนี้ร่างหลักเกณฑ์ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการหลายฝ่ายก่อนจะได้ข้อสรุป โดยย้ำว่าการตัดสินใจต้องคำนึงถึงความสมดุลของทั้งระบบ
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม” ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนและเครือข่ายเกษตรกรมองต่างออกไป โดยนายนที โดดสูงเนิน นายกสมาคมโคนมก้าวหน้า เห็นว่า การจำกัดโควตาเอกชนเหลือ 30% อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนม ไปจนถึงโรงงานแปรรูป
ด้านนายวสันต์ จีนหลง นายกสมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ ประเมินว่า หากโควตาเอกชนลดลง จะทำให้น้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มขึ้นเกือบ 500 ตันต่อวัน ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดรับซื้อ และส่งผลให้เกษตรกรต้องออกจากระบบในที่สุด
ขณะที่นายธนเสฏฐ์ ชนะไกรสิทธิ์ นายกสมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ เสนอว่า การจัดสรรโควตาควรยึดโยงกับ “ปริมาณการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร” เพื่อรักษาสมดุลของตลาด และลดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ในมุมวิเคราะห์ โครงสร้างโควตา 70:30 สะท้อนความพยายามของรัฐในการ “เสริมบทบาทสถาบันเกษตรกร” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจถูกตีความว่าเป็นการลดบทบาทของกลไกตลาด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการกระจุกตัวของอำนาจในระบบ
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหานมล้นตลาดได้อย่างยั่งยืน หรือจะกลายเป็นแรงกดดันใหม่ที่ทำให้บางภาคส่วนต้องออกจากระบบ
ท้ายที่สุด ความท้าทายของภาครัฐไม่ใช่เพียงการกำหนด “สัดส่วนuโควตา” แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ ความเป็นธรรม และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมโคนมไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งเครื่องนโยบาย DRIVEs ยกระดับความเข้มแข็งสหกรณ์ทั่วประเทศ นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา
'รมช.ปิยรัฐชย์' เดินหน้าแก้หนี้สหกรณ์ทั้งระบบ ชู Quick Win มั่นใจคลอดผลงานใน6เดือน
“รมช.ปิยรัฐชย์”เร่งหารือหน่วงงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ในระบบสหกรณ์แบบ Quick Win มั่นใจ เห็นผลเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน
กปร. ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ยกระดับศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี สู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรคุณภาพ พัฒนาพันธุ์ไม้ผลไทยอย่างยั่งยืน
สำนักงาน กปร. ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสืบสาน รักษา และต่อยอด “ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี” มุ่งพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์คุณภาพ ทั้งด้านความต้านทานโรค คุณภาพผลผลิต และ ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีประชาชนและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงานมากกว่า 2,000 คนต่อปี
รมช.ปิยะรัฐชย์ ชู 'สหกรณ์นักเรียน' หัวใจสำคัญถ่ายทอดอุดมการณ์สหกรณ์สู่เยาวชนไทย ครบรอบ 35 ปี มีโรงเรียนสอนวิชาสหกรณ์และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน 35,596 แห่ง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน“7 มิถุนายน วันสหกรณ์นักเรียน ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “35 ปี สหกรณ์นักเรียน เรียนรู้ร่วมกัน สร้างสรรค์อนาคต” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
สั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์
รัฐบาลสั่ง 'สารวัตรเกษตร Cyber' เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐานเกษตรไทย-คุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภคทั้งระบบ

