พิพัฒน์ เดินหน้า นำแรงงาน สู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ - ปัญญาประดิษฐ์ AI ปลื้มกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วม บริษัทสยามออโตแบคส์ อบรมแรงงานยานยนต์ EV รับสถานการณ์ แรงงานยานยนต์สันดาปที่ถูกเลิกจ้าง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ว่า ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเข้าสู่เทคโนโลยียุคใหม่ที่เรียกว่า 4.0 คิดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ กระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการที่จะพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วนำหลักสูตรต่างๆ ไปหารือกับทางสถานประกอบการ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีงบประมาณในระดับหนึ่ง ที่จะทําการพัฒนาฝีมือแรงงาน การอัพสกิล รีสกิล และนิวสกิล สนับสนุนให้แรงงานได้เรียนรู้ และได้พัฒนาตัวเองให้เข้าไปสู่ธุรกิจในยุค 4.0 มั่นใจว่าถ้าเรามีการพัฒนา แล้วได้เรียนรู้ ได้สิ่งใหม่ๆ จะได้รับค่าแรง ตามสิ่งที่ได้มีการปรับ หรือเพิ่มทักษะ ให้กับผู้ใช้แรงงานยุคปัจจุบัน

“ผมและกระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ในปี 2566 เรามีการอบรมและเพิ่มทักษะในเรื่องของนิวสกิลอันนี้ไปถึง 4,000 กว่าคนในเรื่องของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ซึ่งทั้งหมดเรามีการอัพสกิล 40,000 กว่าคน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เชื่อว่ามันจะช่วยทําให้ดีขึ้นและในปี 2567 ก็เช่นกัน มีอบรมไปประมาณ 42,000 กว่าคน อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะถึงประมาณ 3,100 คน และสิ่งที่เราได้ทําการอบรมในสิ่งต่างๆ อาทิเช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์สําหรับการบํารุงรักษาในเชิงป้องกัน การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการผลิต หรือที่เรียกว่า AI และการพัฒนาระบบสมองกลฝังตัวในแอปพลิเคชัน ประมวลผลภาพ การเขียนแบบวิศวกรรมด้วยคอมพิวเตอร์สําหรับระบบอัตโนมัติ และแมคคาทรอนิกส์ชั้นสูง อีกส่วนหนึ่งก็คือการเพิ่มผลผลิตระบบอัตโนมัติแบบรีนหรือออโตเมชั่น และการออกแบบระบบควบคุมนิวเมติกและนิวเมติกไฟฟ้า และสุดท้ายก็คือการออกแบบควบคุมสมองกลฝังตัว นี่คือสิ่งต่างๆ ตามโปรแกรมที่เราได้มีการอบรมใหม่ๆ” นายพิพัฒน์ กล่าว

รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมมือกับ บริษัทสยามออโตแบคส์ จำกัด ในการพัฒนาและอบรมเรื่องการซ่อมบํารุงในรถ EV ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ทํางานควบคู่ไปกับบริษัทสยามออโตแบคส์ จำกัด สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงจุดสตาร์ทเริ่มแรก แต่ในอนาคตสําหรับปี 2568 จะมีการร่วมงานกับทางสยามออโต้แบคส์ โดยใช้สถานประกอบการ 88 สาขา โดยผู้เข้าอบรมในปีนี้ และปีหน้า บริษัทสยามออโต้แบคส์ จะรับคนทั้งหมดเข้ามาทำงานที่บริษัท และหากใครต้องการจะไปประกอบกิจการส่วนตัว หรือไปอยู่ในบริษัทอื่นก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ที่สําคัญที่สุดเราจะต้องมีการเพิ่มปริมาณในการเรียนรู้ในเรื่องคําว่า EV เพราะปัจจุบันนี้เข้ามาสู่สังคมไทยค่อนข้างรวดเร็ว และค่อนข้างที่จะพัฒนาไปเร็วมาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะเพิ่มปริมาณคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้กับคนไทยที่กําลังจะต้องถูกออกจากระบบรถยนต์ในระบบสันดาป นี่คือการเตรียมความพร้อมของกระทรวงแรงงานในการที่ผู้ถูกออกจากงานในระบบสันดาป เข้าสู่ระบบใหม่ในเรื่องของการดูแลบํารุงรักษารถยนต์ EV.
/////////

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภคมน' เย้ย 'พิพัฒน์' จังหวะนรกแจงเรื่องอาม่ากว้านซื้อที่ดิน

'ภคมน' ย้อนพิพัฒน์ อย่าขวัญอ่อนแจงผิดประเด็น อย่าลืมว่าเป็น รมว.คมนาคม จี้จัดการทีละ 'อาม่า' หลังพิพัฒน์รีบออกตัวบอกปัด ไม่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้อที่ดิน

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน