
เมื่อวันที่ .... นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยว่า “ผมได้รับมอบหมายจากท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ตอบกระทู้ถามด้วยวาจาของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวกับ เรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในประเด็นคำถามว่า กรณีประเทศไทยผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอต่อความต้องการการผลิตอาหารสัตว์ แต่ทำไมราคาข้าวโพดของเกษตรกรจึงยังคงตกต่ำทุกปี นั้น ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียนชี้แจงไปว่าในภาพรวมปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยผลิตได้ประมาณ 4.9-5 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้มีประมาณ 8.7 ล้านตัน แต่ปัญหาคือการกระจุกตัวของผลผลิต โดยจะออกพร้อมกันประมาณ 70% - 80% ช่วงกันยายน – ธันวาคม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ปรับตัวลดลง สำหรับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (เกษตรกรขายได้) ความชื้น 14.5% อยู่ที่ 9 บาท 75 สตางค์ ต่อกิโลกรัม ลดลงจากปีก่อน 5% แต่สูงกว่าราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 9 บาท 67 สตางค์ต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 1%) และโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ อยู่ที่ 10 บาท 49 สตางค์ ต่อกิโลกรัม ซึ่งลดลงจากปีก่อน 5% แต่สูงกว่าราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 10 บาท 40 สตางค์ ต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 1%)
สำหรับในประเด็นคำถามว่า ในช่วงที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำ และลานรับซื้อข้าวโพด ไม่รับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร รัฐบาลมีมาตรการช่วยพยุงราคาหรือช่วยเกษตรกรอย่างไรบ้าง นั้น ผมได้ชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกมาก เพื่อไม่ให้การกระจุกตัวของผลผลิตส่งผลต่อราคาที่เกษตรกรจะได้รับ โดยให้สถาบันเกษตรกร ผู้รวบรวม รับซื้อผลผลิตและเก็บไว้รอจำหน่ายในช่วงที่ราคาเหมาะสม ส่งผลให้ราคาที่เกษตรกรได้รับอยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นธรรม จากผลกระทบฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงนี้ ทำให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีความชื้นสูง ประกอบกับเกษตรกรเร่งเก็บผลผลิตที่ยังไม่ครบอายุ ส่งผลให้พ่อค้ารวบรวมปรับปรุงคุณภาพไม่ทัน มีการชะลอการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ในเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน และ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาดมาก โดยจะนำผู้ซื้อนอกพื้นที่เข้าไปรับซื้อในพื้นที่ที่มีผลผลิตออกกระจุกตัว หากผู้รวบรวมในพื้นที่ไม่สามารถรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรได้ รวมทั้งกำกับดูแลการรับซื้อให้มีความเป็นธรรม ทั้งด้านคุณภาพและราคา นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวโพด แก่ หรือครบอายุ และไม่เก็บเกี่ยวข้าวโพดที่ยังไม่สุกเต็มที่ จะทำให้ได้คุณภาพและได้รับราคาที่สูงขึ้น”
นายสุชาติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรณีคำถามว่า หากราคาข้าวโพดของเกษตรกรยังตกต่ำ ทางกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้งดการนำเข้าข้าวสาลีและข้าวโพดจากต่างประเทศได้หรือไม่ หรือจะสามารถกำหนดช่วงเวลาในการนำเข้าข้าวสาลีได้หรือไม่อย่างไร นั้น ผมก็ได้เรียนชี้แจงสมาชิกฯ ว่า ประเทศไทยต้องมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศ เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมามีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดมาตรการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ AFTA เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดช่วงเวลาให้ผู้นำเข้าสามารถนำเข้าจากเพื่อนบ้านได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - สิงหาคม 2567 อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่า ขณะนี้มาตรการกำหนดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังคงมีผลบังคับใช้ ซึ่งในช่วงกันยายน - ธันวาคม 2567 จะเป็นช่วงที่ผู้นำเข้าทั่วไปไม่สามารถนำเข้าได้ และกรมการค้าภายในได้หารือกับโรงงานอาหารสัตว์ให้รับซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างไม่มีเหตุผล สำหรับมาตรการกำหนดให้ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วนต่อการ นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ยังคงมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกัน และกระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างการพิจารณานำเสนอคณะกรรมการนโยบายอาหาร และ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เพื่อพิจารณามาตรการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความสมดุล ด้านการผลิตและการค้า ตลอดจนราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศอย่างละเอียดรอบคอบ”
“อย่างไรก็ดี ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกที่มีความห่วงใยปัญหาของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราคาสินค้าเกษตร ผมขอย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ และกำหนดเป็นนโยบายหลักในการบริหาร ให้เกิดความสมดุลระหว่าง ผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ประกอบการ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่นยืน” นายสุชาติฯ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก 'เปิดตู้' สู่ 'ไล่เครือข่าย' ตรวจบัญชี 825 ตู้
รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก 'เปิดตู้' สู่ 'ไล่เครือข่าย' ตรวจบัญชีเบื้องต้น 825 ตู้ ย้ำตรวจตามหลักฐาน–ไม่เหมารวมว่าผิดทั้งหมด
รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' ช่วย SME ปิดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย
รัฐบาลลุยอุดช่องรายใหญ่ยื้อจ่าย SME รื้อกติกา 'เครดิตเทอม' เกษตรไม่เกิน 30 วัน การค้า-ผลิต-บริการ 45 วัน
'พาณิชย์' ลุยลดค่าครองชีพประชาชน-ช่วยผู้ประกอบการ ยกทัพสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้พี่น้องชาวยะลา ในงาน 'ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ' จังหวัดยะลา
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจัดงาน “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จังหวัดยะลา
'พาณิชย์' ชี้ตลาด Fresh Snacks จีนโตแรง มูลค่าร่วม 200,000 ล้านบาท โอกาสผู้ประกอบการไทย ดันสินค้าไทยสู่ Next Level เปลี่ยน 'Thai Product' สู่ 'Thai Brand' สร้างมูลค่า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลกเร่งขยายตลาดสินค้าและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมุ่งแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ และยกระดับสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บางจากฯ ร่วมช่วยเกษตรกร สมาชิกบางจากกรีนไมลส์เติมน้ำมันทุกชนิด รับฟรีมังคุดสดจากสวน
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดกระจายผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดตามฤดูกาลพร้อมกันจำนวนมาก ด้วยการรับซื้อมังคุดมาสมนาคุณลูกค้า โดยสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป รับฟรีมังคุดสดจากสวน 1 ถุง (ประมาณครึ่งกิโลกรัม) ตั้งแต่วันที่ 11 – 13 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

