
นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรและประมง ปี 2567 ซึ่งมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการข้าว กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมประมงบูรณาการร่วม โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรติดตามประเมินผล โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาการทำธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตรให้แก่สถาบันเกษตรกร 422 แห่ง เกษตรกร 4,023 ราย พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตร 386 ผลิตภัณฑ์ และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 กิจกรรมประกอบด้วย 1) จัดอบรมหลักสูตรการจัดทำแผนการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาด 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว 3) สอนการทำบัญชีและติดตามการจัดทำบัญชี 4) พัฒนาทักษะวิสาหกิจชุมชนด้านการบริหารจัดการ การผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป และ 5) ตรวจประเมินผลิตภัณฑ์ประมงเพื่อให้การรับรองมาตรฐานตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว

จากการติดตามการดำเนินงานพบว่า มีสถาบันเกษตรกรและสมาชิก ผ่านการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาการทำธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตร 422 แห่ง 4,151 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 และ 103.18 ของเป้าหมาย ตามลำดับ ได้รับการฝึกอบรมด้านต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การลดต้นทุนการผลิต และการเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อให้ได้ปัจจัยการผลิตราคาถูก โดยมีผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปได้รับการพัฒนา 410 ผลิตภัณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 106.22 ของเป้าหมาย ซึ่งเป็นทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่และผลิตภัณฑ์เดิมที่ได้รับการพัฒนา อาทิ น้ำพริกปูนา ของวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูนา ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ซึ่งได้รับการพัฒนาสูตร/ส่วนผสมให้มีรสชาติดี และพัฒนาโลโก้และบรรจุภัณฑ์ ข้าวแต๋นน้ำแตงโมตราแม่บัวบาน ของวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคบ้านหนองหล่มน้อย ต.ดอนหว่าน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่มที่มีท็อปปิงโรยหน้าหลากหลาย และพัฒนาฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ทันสมัย อ และข้าวสารตราวังสิม ของวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์เพื่อสุขภาพบ้านโนนค้อ ต.ขี้เหล็ก อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวฮาง ข้าวหอม 3 สี ได้รับการพัฒนาฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้ซื้อเป็นของฝากในช่วงเทศกาลต่างๆ ได้ จากการพัฒนาดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการ การผลิต และการตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตร โดยสมาชิกให้ความร่วมมือในการดำเนินงานต่างๆ ของกลุ่มเป็นอย่างดี สามารถผลิตสินค้าได้ตามคำสั่งซื้อ มีการนำผลิตภัณฑ์ไปประกวดและออกบูธเพื่อประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าตามงานต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ อาทิ งาน OTOP เมืองทองธานี ทั้งนี้ สินค้าของกลุ่มที่ส่งไปจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ ยังไม่เคยถูกส่งกลับ และกลุ่มมีตราสินค้าเป็นของตนเอง

สำหรับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่า มีความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินโครงการดียิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมโครงการเห็นว่าการดำเนินโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ควรพัฒนา และขยายเพิ่มเติมในพื้นที่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาด การจัดทำบัญชี และควรส่งเสริมอย่างต่อเนื่องในวิสาหกิจชุมชนเดิมที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อให้สามารถจัดทำบัญชีที่เป็นระบบได้ รวมถึงการสนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อให้สถาบันเกษตรกรใช้ในการก่อสร้างอาคารและซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการผลิต ตลอดจนขยายกิจกรรมให้การรับรองมาตรฐาน “ตราประมงธงเขียว” เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรได้รับการรับรองให้มากขึ้น เป็นต้น สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สศก. มีแผนติดตามโครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรและประมงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่และกลุ่มเกษตรกรแห่งใหม่ที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการจะได้ดำเนินงานส่งเสริมเพิ่มเติมจากปีงบประมาณที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สศก. ร่วมเวที ASEAN-EU Sustainability Summit 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ–สุขภาพหนึ่งเดียว เสริมความมั่นคงอาหารอาเซียน
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค
สศก. ผสานข้อมูลภาคสนาม–โดรน–ดาวเทียม ติดตามข้าว 5 ช่วงอายุ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์ผลผลิตข้าวนาปี 2569/70
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการยกระดับการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
นายกฯ ยันเกษตรกรมีปุ๋ยใช้ทันฤดูเพาะปลูกแน่นอน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าหารือความคืบหน้าการจัดหาปุ๋ย บนตึกไทยคู่ฟ้า
สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับจำกัด
สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569
สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

