เมื่อวันนี้ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก ควบคู่กับการจัดหาแหล่งน้ำให้สัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า เพื่อให้ “น้ำถึงประชาชน น้ำถึงภาคเกษตร และน้ำถึงสัตว์ป่า” อย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ท. สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ สส. จังหวัดจันทบุรี เขต 1 นายคัมภีร์ ชื่นบาน สส. จังหวัดจันทบุรี เขต 2 นายชรัตน์ เนรัญชร สส. จังหวัดจันทบุรี เขต 3 นายพิชานนท์ อิงประสาร สส. จังหวัดตราด ตลอดจนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ
นายสุชาติ กล่าวว่า จันทบุรีถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร และเป็นแหล่งผลิต “ทุเรียน” ที่สำคัญของประเทศ ซึ่งสร้างรายได้จากการส่งออกและเชื่อมโยงเศรษฐกิจตั้งแต่เกษตรกร สวนทุเรียน โรงคัดบรรจุ การขนส่ง ไปจนถึงตลาดต่างประเทศ โดยข้อมูลปีการผลิต 2569 จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 478,000 ไร่ และคาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 683,000 ตัน ขณะที่ทุเรียนไทยมีตลาดส่งออกหลักอยู่ที่จีน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศกว่า 200,000 ล้านบาท ดังนั้น น้ำจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการอุปโภคบริโภค แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจและรายได้ของพี่น้องเกษตรกรด้วย การบริหารจัดการน้ำต้องคิดล่วงหน้า ต้องมีน้ำต้นทุนเพียงพอ และต้องทำให้เกษตรกรมั่นใจว่าสามารถประกอบอาชีพได้ โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
โอกาสนี้ นายสุชาติ เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำสระทุ่งใหญ่ พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการขุดลอกเพิ่มความจุแหล่งน้ำ พร้อมติดตั้งระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถเพิ่มความจุเก็บกักน้ำได้ 0.28 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 2,500 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 200 ครัวเรือน ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนในฤดูแล้ง รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และลดต้นทุนด้านพลังงานในการกระจายน้ำ
นายสุชาติ กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งน้ำในวันนี้ต้องตอบโจทย์ทั้ง “เศรษฐกิจ ประชาชน และสิ่งแวดล้อม” ไม่ใช่เพียงการสร้างหรือขุดแหล่งน้ำ แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำและใช้ประโยชน์ได้จริง ขณะเดียวกัน การนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ยังช่วยลดต้นทุนการสูบน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และสร้างความมั่นคงให้ชุมชนในระยะยาว
จากนั้น นายสุชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังปัญหาในพื้นที่ โดย อบต.เขาแก้ว ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย สอดคล้องกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก เตรียมพร้อมรับมือทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
จากนั้น นายสุชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปติดตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำช้างป่าซากตาเนียม ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สนับสนุนโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และสระแก้ว
สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช้างป่าและสัตว์ป่า กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการแล้ว 66 โครงการ และอยู่ระหว่างเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ รวม 72 โครงการ เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำในพื้นที่ป่า ลดปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชน
ส่วนแหล่งน้ำช้างป่าซากตาเนียม สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้อีก 0.22 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับช้างป่าและสัตว์ป่าโดยตรง ช่วยให้สัตว์ป่ามีแหล่งน้ำเพียงพอในพื้นที่ธรรมชาติ ลดแรงกดดันจากการออกนอกพื้นที่ป่า และช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ
นายสุชาติ ย้ำว่า การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีครั้งนี้สะท้อนแนวทางบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่ต้อง “ทำก่อนเกิดปัญหา” โดยวางระบบน้ำให้ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างสวนทุเรียนและพื้นที่เกษตร ชุมชนที่ต้องเตรียมรับมืออุทกภัย ไปจนถึงพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำสำหรับช้างป่า
“เราต้องบริหารน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด น้ำต้องไปถึงเกษตรกร ช่วยรักษารายได้และพืชเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันต้องมีน้ำในป่าเพื่อดูแลช้างและสัตว์ป่า เพราะการดูแลประชาชนกับการดูแลธรรมชาติสามารถเดินไปด้วยกันได้ นี่คือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างสมดุลและยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมคิด' กางโรดแมป กฟก. ปี 70 ช่วยเกษตรกรรายย่อยทั่วถึง
ประธานกรรมการบริหาร กฟก. มอบนโยบายปี 2570 เน้นกระจายงบไม่ให้กระจุกตัว ฟื้นฟูอาชีพต้องทำจริงและวัดผลได้ พร้อมเร่งติดตาม
'สุชาติ' เผยผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล ดันไม้เศรษฐกิจถูกกฎหมาย–ยั่งยืน เชื่อมตลาดโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางด้านกฎหมาย การค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนกับนานาประเทศ
คพ. ผนึกกำลัง SCG ศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินปนเปื้อนสารหนู ในพื้นที่แม่น้ำกก
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประชุมหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด (SCG) เร่งศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินลำน้ำ และดินแปลงเกษตรที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงน้ำผิวดิน และตะกอนจากกระบวนการผลิตน้ำประปา ในพื้นที่แม่น้ำกก เพื่อศึกษาแนวทางจัดการที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อประชาชน
“สุชาติ” โชว์วิสัยทัศน์ไทยเวทีโลก ดันไม้ถูกกฎหมาย–ยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจสีเขียว
วันนี้ (22 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วยนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ
“ทส. – อว.” ผนึกกำลังวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เดินหน้าพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน มุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก
วันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
รมว.สุชาติ นำทัพขับเคลื่อนงานกรมป่าไม้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี ชูเทคโนโลยี-ป่าชุมชนยั่งยืน พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์
วันนี้ (วันที่ 18 กันยายน 2569) กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 130 ปี “130ปี พลังป่า สร้างอนาคต” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

