“พิพัฒน์” ย้ำ ในเวทีรัฐมนตรีอาเซียน แรงงานไทยรุ่นใหม่ มีทักษะ รองรับงานท่องเที่ยว เทคโนโลยี เกษตรอัจฉริยะ พร้อมเป็นเจ้าภาพ ปี 69 ต่อจากสิงคโปร์

วันที่ 31 ตุลาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน นายวุฒิศักดิ์ ปฐมศาสตร์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ ร่วมประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม (ASEAN Labour Ministers’ Meeting: ALMM + 3) ครั้งที่ 13 ณ Garden Pavilion สาธารณรัฐสิงคโปร์
.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน บวกสาม (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าด้านเทคนิค วิชาการ ตลอดจนการเชื่อมโยงความร่วมมือในเวทีความร่วมมือผ่านโครงการของหน่ายงานนานาชาติ ในประเทศไทยชูประเด็นในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นความท้าทายของแรงงานไทยทุกคน ที่จะต้องปรับตัวและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นเพื่อเตรียมพร้อมแรงงานไทย เราจึงมีนโยบาย การทำงานในทุกช่วงวัย และ Upskill Reskill Newskill ด้านนวัตกรรมให้แรงงาน ซึ่งไม่น้อยกว่า 5 ล้านคนในปี68 รวมถึงเตรียมพร้อมแรงงานรุ่นใหม่ โดยจัดทำหลักสูตรและแนะแนว ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ไปจนถึงมหาวิทยาลัย เตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต พัฒนาแรงงานในด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI ระบบหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ และรถยนต์ไฟฟ้า และ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามากว่า 36 ล้านคนต่อปี เราพัฒนาทักษะด้านภาษา อาหาร นวดและสปาไทย และมวยไทยให้ได้มาตรฐานสากล รวมถึงต่อยอดอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมหลักของไทย ในการเพิ่มผลผลิต เพื่อสร้างโอกาสให้เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ตลอดจนช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัวเพื่อให้ยังอยู่ในกำลังแรงงานต่อไป


.
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมฯ ประเทศอาเซียนบวกสามจะเห็นพ้องกันว่าการ reskill การ upskill จะเป็นส่วนที่จำเป็นและต้องพัฒนาให้แรงงานมีโอกาสในการทำงานในตลาดงานอนาคตอย่างมีคุณภาพทั้งในชีวิตและสิ่งแวดล้อมของการทำงานที่ดี ซึ่งในงานนี้ นายพิพัฒน์ ยังได้ยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสามครั้งต่อไปว่า ผมขอยืนยันถึงความพร้อมในการเป็นประธานและเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนบวกสาม ครั้งต่อไปในปี พ.ศ.2569 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านแรงงานอย่างสร้างสรรค์อีกครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' ข้องใจไม่จับกุมเหตุบริษัทในเครือโยงรัฐบาล

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' แต่รัฐบาลยังไม่ขยายผลจับกุม เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ของ 'พิพัฒน์' คนในครอบครัวยังบริจาคเงินให้ภท. 1 ล้านบาท ข้องใจวิกฤตมาจากการถอนทุนการเมือง บังเอิญคนที่จะติดสินบนรมว.ดีอี 40 ล้าน ก็เป็นลูกเสียตือ