"พิพัฒน์" หนุนแรงงานรุ่นใหม่ รายได้สูง ดันกรมพัฒฯ จับมือ ดิอาจิโอ ฝึกบาร์เทนเดอร์ป้อนตลาด

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ มร.ภูนีต นารัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารสำนักงานสูง 6 ชั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
.
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ ชุมชน และประชาชน ทำให้มีอัตราการแข่งขันสูง ดังนั้น ทุกภาคส่วนควรมีความร่วมมือเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการให้มีสมรรถนะสูง และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศรองรับนโยบายพัฒนาทักษะในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สอดคล้องกับนโยบายของประเทศและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล การสร้างพลังสร้างสรรค์หรือ Solf Power ของประเทศ จึงร่วมกับ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีแผนงานด้านความยั่งยืนที่เรียกว่า SOCIETY 2030: SPIRIT OF PROGRESS เป็นหนึ่งในเป้าหมายในการส่งเสริมศักยภาพและความหลากหลายในอุตสาหกรรมผ่านการอบรมและพัฒนาทักษะให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรม รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจ หนึ่งในนั้นคือโครงการ Learning for Life ซึ่งเป็นโครงการอบรมที่มุ่งส่งเสริมและยกระดับทักษะการบริการ โดยเฉพาะสาขาอาชีพบาร์เทนเดอร์ เพื่อเพิ่มจำนวนให้เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จึงเกิดความร่วมมือในครั้งนี้ขึ้น


.
ด้านนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และบริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด จะร่วมกันจัดฝึกอบรมหลักสูตรบาร์เทนเดอร์มืออาชีพให้แก่แรงงานหรือผู้ที่สนใจทั่วไป โดยมีเป้าหมายนำร่องจำนวน 200 คน ระยะเวลาการฝึก 8 ชั่วโมง มีกำหนดแผนการจัดฝึกอบรม จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่
- วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 จำนวน 100 คน ณ วิทยาลัยการแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร
- วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 จำนวน 50 คน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 6 ขอนแก่น
- วันที่ 25 มีนาคม 2568 จำนวน 50 คน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี

นอกจากนี้ยังส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานผสมเครื่องดื่ม ระดับ 1 ณ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด อีกด้วย
.
ด้าน มร.ภูนีต นารัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DMHT กล่าวเสริมว่า บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คุณภาพชั้นนำ ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมี่ยมและซุปเปอร์ดีลักซ์ ในประเทศไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังแรงงาน และร่วมกันแก้ปัญหาแรงงานไม่เพียงพอต่อความต้องการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภคมน' เย้ย 'พิพัฒน์' จังหวะนรกแจงเรื่องอาม่ากว้านซื้อที่ดิน

'ภคมน' ย้อนพิพัฒน์ อย่าขวัญอ่อนแจงผิดประเด็น อย่าลืมว่าเป็น รมว.คมนาคม จี้จัดการทีละ 'อาม่า' หลังพิพัฒน์รีบออกตัวบอกปัด ไม่เกี่ยวข้องกับการกว้านซื้อที่ดิน

'อ.อัจฉราวดี' ลั่น เลือก 'พรรคน้ำเงิน' ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

'อ.อัจฉราวดี' โต้ 'กรวีร' แลนด์บริดจ์กับพ.ร.บ. SEC คนละเรื่องกัน แต่ 'พิพัฒน์' บอกเป็น 'ชิ้นเดียวกัน' ชี้กฎหมายเข้าข่ายขายชาติ ซุก'กาสิโน' เอาไว้ด้วย ลั่น เลือก'พรรคน้ำเงิน'ให้ชนะ แดง-ส้ม แต่ไม่ได้ทำเพื่อ 'อนุทิน' ให้ทำเพื่อชาติ

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

ไม่ถอย! เผย 'พิพัฒน์' ลุยโครงการแลนด์บริดจ์เต็มที่ การันตีคนไทยได้ประโยชน์

‘สาโรจน์’ เผย ‘พิพัฒน์’ เดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง การันตีคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดีลดค่าทางด่วน

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน