
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต และ Honeywell ผู้นำด้านเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนระดับโลก ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและการใช้ประโยชน์จากคาร์บอนให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยมุ่งเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีของ Honeywell มาใช้ในกระบวนการดักจับและกักเก็บคาร์บอนด้วยเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) ในโรงงานของ GC Group และการใช้ประโยชน์จากคาร์บอน หรือ Carbon Capture Utilization (CCU) เพื่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593
นายพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า “ GC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่าง GC และ Honeywell ในครั้งนี้ เป็นการนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยของ Honeywell มาเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำของ GC นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมร่วมกันจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจในความต้องการของอุตสาหกรรม และสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านความยั่งยืนได้ดียิ่งขึ้น”

Tsui Tsui Young, ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Honeywell UOP กล่าวว่า “Honeywell ผู้ดำเนินธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนระดับโลก สามารถดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 15 ล้านตันต่อปี โดยความร่วมมือกับ GC ในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย และมีความมุ่งหวังในการร่วมดำเนินโครงการอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ต่อไปในอนาคตด้วย”

ความร่วมมือนี้ สนับสนุนกลยุทธ์ของ GC ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
GC – QSNCC ต่อยอดโครงการ “จากครัว...สู่เครื่อง” ศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย ร่วมส่งน้ำมันพืชใช้แล้วจากร้านอาหารสู่โรงกลั่นชีวภาพ ลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิล
กรุงเทพฯ – 28 เมษายน 2569 – บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF)
อเกต คอมมิวนิเคชั่น รับมอบประกาศนียบัตรฉลากคาร์บอน CFO ตอกย้ำบทบาทที่ปรึกษาการสื่อสาร ESG เดินหน้าองค์กรสู่ Net Zero
บริษัท อเกต คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (Agate Communications) เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดย นางสาวอัญญาพร ธรรมติกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ารับมอบประกาศนียบัตร เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization:
GC ยังผลิตและส่งมอบสินค้าต่อเนื่อง ด้วยโครงสร้างการดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์แบบบูรณาการ รับมือความผันผวนโลก
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC รักษาการเดินเครื่องโรงงานอย่างต่อเนื่องเต็มความสามารถ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน ด้วยโครงสร้างการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการ (Integrated Value Chain) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งเน้นการบริหารจัดการการผลิตและวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้ตามแผน ช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์
GC เดินโรงงานต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวน ลดผลกระทบกับลูกค้า และภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ยังคงเดินเครื่องการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตและการจัดหาวัตถุดิบ เพื่อดูแลการส่ง
กนอ.ขานรับธนาคารโลกทุ่ม 100 ล้านดอลลาร์ฯ ปั้นนิคมฯ คาร์บอนต่ำ
กนอ. เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมคาร์บอนต่ำ ขานรับนโยบายรัฐบาลและมติคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ดึงงบสนับสนุนจากธนาคารโลก 100 ล้านดอลลาร์ ปฏิรูปนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบัง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงของประเทศไทย
GC ผนึกกำลัง ยกระดับการป้องกันภัยน้ำท่วม ด้วยนวัตกรรมผนังกั้นน้ำรับมืออุทกภัย สร้างความแตกต่างด้วยการป้องกันเชิงรุก ลดความสูญเสียอย่างยั่งยืน
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สถาบันพลาสติก ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อโลกและสังคม พร้อมสร้างความแตกต่างในการนำองค์ความรู้ด้านวัสดุและเทคโนโลยีมาต่อยอดสู่การรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ

