'พิพัฒน์' ชูเด็กไทยวันนี้เป็นกำลังแรงงานแห่งอนาคต มอบทุนการศึกษาทั่วประเทศ ลูกหลานแรงงานกว่า 10,000 คน

วันที่ 11 มกราคม 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษาเนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กระทรวงแรงงาน พร้อมกล่าวเปิดงานและให้โอวาทมอบของขวัญแก่เด็ก และเยี่ยมชมบูธกิจกรรมของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานและสถานประกอบกิจการ โดยมี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงแรงงาน พ่อแม่ผู้ปกครอง น้องๆ เด็กนักเรียน ชุมชนแฟลตดินแดง ลูกหลานของพี่น้องแรงงาน เข้าร่วมงาน อย่างเนืองแน่น ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ผมขอต้อนรับทุกท่านที่มาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติของกระทรวงแรงงาน ประจำปี 2568 ในวันนี้ โดยในปีนี้ รัฐบาลได้กำหนดคำขวัญวัญวันเด็กว่า "ทุกโอกาส คือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัว สู่อนาคต ที่เลือกเอง" ซึ่งมุ่งหมายให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เรียนรู้ในทุกๆ โอกาสที่เข้ามาสามารถออกแบบอนาคตของตนเองได้ตามต้องการ เพื่อสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้ตนเอง

"กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังคนให้ได้รับการแนะแนว เพื่อให้ทราบถึงความถนัดของตนเอง และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งในช่วงวัยเรียน และหลังจบการศึกษา เพื่อเพิ่มรายได้ และลดภาระในครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมสวัสดิการ ตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กและมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ เพื่อลดรายจ่ายของครอบครัวพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และคลายกังวลขณะไปทำงาน กิจกรรมในวันนี้ ขอบคุณทุกหน่วยงาน สถานประกอบที่สนับสนุนการจัดงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน เตรียมกิจกรรมให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ ความรู้ ผ่านการเล่นกิจกรรมที่หลากหลาย" นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกของการทำงานและอาชีพในอนาคต การพัฒนาทักษะฝีมือของตนเอง ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการแรงงาน ประกันสังคม และความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในสิทธิหน้าที่ มีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เพื่อเป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกระทรวงแรงงาน สถานประกอบการภาคเอกชน สถานศึกษา และชุมชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงบนเวที การออกบูธกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัลของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกแห่งอาชีพในอนาคต ฝึกประลองความรู้ ความสามารถ ทักษะฝีมือของตนเอง ตลอดจนสอดแทรกความรู้ด้านแรงงาน ประกันสังคม และความปลอดภัยในการทำงาน การออกบูธกิจกรรมของสถานประกอบการภาคเอกชน และบูธบริการอาหาร และเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชน พี่น้องแรงงาน และชาวชุมชนดินแดงต่างพาลูกหลานมาเข้าร่วมกิจกรรมกับกระทรวงแรงงานกว่า 10,000 คน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์' ถามกลับ 'เกี่ยวอะไรด้วย' ถูกโยงเอี่ยวนายทุนกว้านซื้อที่ดินโครงการแลนด์บริดจ์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว กรณีถูกพาดพิงเรื่องการกว้านซื้อที่ดิน ใน จ.ระนอง เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์

นายกฯ มอบ 'พิพัฒน์' ศึกษาความเป็นไปได้ 'แลนด์บริดจ์' ก่อนนำเข้า ครม.

นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

‘พิพัฒน์‘ยันแลนด์บริดจ์คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ปูพรมลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชน

‘พิพัฒน์’ปักหมุดลุยลงพื้นที่ ‘ชุมพร–ระนอง’ 8 พ.ค. นี้ สแกนความพร้อมแจ้งเกิดแลนด์บริดจ์ วงเงินลงทุน 1 ล้านล้าน พร้อมปูพรมเดินหน้ารับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่รอบด้าน ย้ำโครงการมีคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลั่นเปิดทางเอกชนลงทุน เดินหน้าเร่งกฎหมาย SEC ขับเคลื่อนการลงทุน คาดเริ่มก่อสร้างปี 2573

เริ่ม 24 เม.ย.นี้ บังคับใช้กฎหมายใหม่ 'พนักงาน รปภ.' ได้ค่าล่วงเวลา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป กฎกระทรวงกำหนดค่าล่วงเวลาและค่าตอบแทนการทำงานที่เกินวันละแปดชั่วโมง ในงานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง พ.ศ. 2568 จะมีผลบังคับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน และสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าดูแลสถานที่และทรัพย์สิน