
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ประจำปี 2568 รุ่นที่ 29 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้แก่พเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถดำเนินงานช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว และสนับสนุนการขับเคลื่อนเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ
นายอนุกูล กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กำลังส่งผลกระทบต่อบุคคลและสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันทางสังคมที่เล็กที่สุด ซึ่งหากไม่มีมาตรการหรือกลไกทางสังคมมารองรับ ครอบครัวเปราะบางเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากสภาวะวิกฤตต่างๆ ที่นำไปสู่ปัญหาทางสังคมอื่นตามมา โดยจากข้อมูลศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน หรือ ศรส. สายด่วน 1300 พบว่า สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในปี 2565 มีความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 2,146 ราย ปี 2566 ความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 3,196 ราย และปี 2567 ความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 3,421 ราย โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและสตรี และมักอยู่ในภาวะพึ่งพิงกับผู้กระทำ หรือไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้
นายอนุกูล กล่าวว่า การดำเนินงานแก้ไขปัญหาและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของกระทรวง พม. มุ่งดำเนินการตามพันธกรณี กฎหมาย และแนวทางที่สำคัญ เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 5 การบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ ในการขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบ ที่มีต่อสตรีและเด็ก การยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ ต่อสตรีและเด็ก การดำเนินงานตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 และตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 การสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่ การสนับสนุนให้สตรีมีบทบาทในระดับตัดสินใจ และมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ผ่านสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยใกล้บ้าน ให้มีมาตรฐาน และส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว

นายอนุกูล กล่าวว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงได้จัดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ประจำปี 2568 รุ่นที่ 29 เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถดำเนินงานช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรม สำหรับผู้มีประสบการณ์ทำงานเป็นที่ประจักษ์ โดยการสอบสัมภาษณ์จากคณะกรรมการประเมินฯ จำนวน 28 รุ่น และได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว จำนวน 1,428 คน ซึ่งกระทรวง พม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านที่ผ่านการอบรมฯ จะเป็นกำลังสำคัญในการทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 และช่วยขับเคลื่อนงานด้านความรุนแรงในครอบครัว อาทิ การรับแจ้งเหตุจากผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว การเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงการกระทำความรุนแรง การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น การให้ความช่วยเหลือระหว่างคดี และการให้ความช่วยเหลือเพื่อยุติคดี เป็นต้น
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 โดยเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฯ มีดังนี้ 1) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว มาตรการที่สำคัญของกฎหมาย เช่น การกำหนดให้ใช้วิธีการในการฟื้นฟูบำบัดรักษา คุมความประพฤติผู้กระทำความผิด แทนการลงโทษผู้กระทำความผิด 2) เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งอยู่ในสภาวะบอบช้ำทั้งทางสภาพร่างกายและจิตใจ และ 3) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อน เกี่ยวพันกับบุคคลในครอบครัว หากผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวประสงค์จะรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว กฎหมายเปิดช่องให้โดยกำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นความผิดอันยอมความได้ แตกต่างจากการดำเนินคดีอาญาในกรณีทั่วไป ซึ่งปัจจุบันกระทรวง พม. อยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งได้แก้ไขประเด็นสำคัญในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้เป็นกลไกกฎหมายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลัด พม. เผยความคืบหน้า พร้อมเตรียม Kick Off การประเมินความพิการฉบับใหม่ พร้อมกันทั่วประเทศ มี.ค. นี้
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
พม. ขอให้ ปชช. มั่นใจ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 3,800 แห่ง ยังบริหารงานเข้มแข็ง ย้ำ ถูกยกเลิกแค่ 10 แห่ง
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะนี้ ว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่จดทะเบียนถูกต้องและดำเนินกิจการได้ตามปกติจำนวน 3,839 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้มแข็ง มีสมาชิกและคณะกรรมการบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ดำเนินงานอยู่
พม. แจง การเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
พม. จัดพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต้อนรับเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จำนวนกว่า 200 คน
พม. ห่วงใย ครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ จากเหตุโรงงานพลุระเบิด ส่งทีม พม.ใกล้คุณ สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาด่วน
วันที่ 30 มกราคม 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)

