พม. ขอให้ ปชช. มั่นใจ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 3,800 แห่ง ยังบริหารงานเข้มแข็ง ย้ำ ถูกยกเลิกแค่ 10 แห่ง

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณีการแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะนี้ ว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่จดทะเบียนถูกต้องและดำเนินกิจการได้ตามปกติจำนวน 3,839 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้มแข็ง มีสมาชิกและคณะกรรมการบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ดำเนินงานอยู่ และตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 มีการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ส่งเรื่องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จำนวน 10 แห่ง เท่านั้น ไม่ใช่มีการยกเลิกทั่วประเทศ ซึ่งสาเหตุของการยกเลิกนั้น มีด้วยกันหลายสาเหตุ อาทิ การเลิกโดยสมัครใจ ซึ่งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีมติที่ประชุมใหญ่ให้เลิกกิจการ เนื่องจากไม่มีสมาชิกหรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ พฤติการณ์ไม่สุจริต หรือมีการทุจริต และขาดกรรมการบริหารสมาคม ซึ่งนายทะเบียนท้องที่ (นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ นายกเทศมนตรี) มีอำนาจสั่งเลิก โดยนายทะเบียนท้องที่ จะดำเนินการตรวจสอบและพิจารณา แล้วส่งเรื่องให้นายทะเบียนกลาง (อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม.) ซึ่งมีหน้าที่ในการรับเรื่องการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จากนายทะเบียนท้องที่ เพื่อออกประกาศและเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา และจะส่งประกาศราชกิจจานุเบกษาไปให้นายทะเบียนท้องที่ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีการยกเลิกแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี ตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมด หากมีทรัพย์สินเหลืออยู่จะโอนให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่นหรือองค์กรสาธารณประโยชน์ตามข้อบังคับ หรือตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่มีกำหนดไว้

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น ไม่ใช่การออมทรัพย์ การฝากเงิน หรือการประกันชีวิต แต่เป็นการตกลงร่วมกันเพื่อช่วยเหลือค่าจัดการศพ โดยเงินที่จ่ายไปแล้วนั้น เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนได้ ถือเป็นการทำบุญ ส่วนกรณีที่ได้รับเงินคืน เฉพาะเงินสงเคราะห์ที่เรียกเก็บล่วงหน้าและยังไม่ได้นำไปใช้จ่ายเต็มจำนวนเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือจะได้รับการคืน เมื่อมีการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในขณะที่การกำกับดูแลและการตรวจสอบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ นั้น มีพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กำกับดูแลอย่างรัดกุม ทั้งการจดทะเบียน ข้อบังคับ การทำทะเบียนสมาชิก การรายงานรายรับ-รายจ่าย และงบดุลประจำปี โดยมีนายทะเบียน 2 ระดับ คือ นายทะเบียนท้องที่ และนายทะเบียนกลาง ซึ่งทำหน้าที่ถ่วงดุลและตรวจสอบการทำงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งนายทะเบียนมีอำนาจเต็มที่ในการตรวจสอบการเงิน การดำเนินงาน และการบริหารของคณะกรรมการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์

นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอยืนยันความมั่นใจว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อีก 3,839 แห่ง ยังคงมีสถานะการทำงานและบริหารจัดการที่เข้มแข็ง โดยมีผู้บริหารที่สามารถทำงานได้ตามที่กฎหมายกำหนด และดูแลคุ้มครองสิทธิของสมาชิก โดยมีกฎหมายรองรับและการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากนายทะเบียนท้องที่ และนายทะเบียนกลาง อีกทั้งขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่ข่าวที่ไม่ตรงความจริง ซึ่งอาจทำให้เกิดความตระหนกในสังคม และอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาได้ และขอเน้นย้ำว่า ไม่มีการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ แต่มีการยกเลิกเพียง 10 สมาคม ทั้งนี้ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงดำเนินการเป็นปกติ และมีกลไกการตรวจสอบดูแลที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่เป็นสมาชิกและผู้ที่สนใจ

อย่างไรก็ตาม สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในปัจจุบันควรปฏิบัติตามข้อบังคับและรักษาสถานภาพสมาชิกไว้ ซึ่งการเลิกเป็นสมาชิกกลางคันจะทำให้เสียสิทธิได้ สำหรับผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกใหม่ ควรตรวจสอบความมั่นคง งบดุล ความโปร่งใสในการบริหาร และการทำงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ก่อน แต่หากประชาชนมีข้อกังวลหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติต่อได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสอบถามนายทะเบียนท้องที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เป็นสมาชิก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิกร' นำทีม พม. ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางที่นครสวรรค์ คณะกรรมการ-ผู้บริหารระดับสูงการเคหะแห่งชาติร่วมภารกิจ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง จังหวัดนครสวรรค์ “พม.นครสวรรค์ สร้างสุข บ้านอุ่นใจ ชุมชนอิ่มท้อง” ประจำปีงบประมาณ 2570

พม.ผนึกการเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน

“นิกร โสมกลาง” รมว.พม. เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัย สั่งการการเคหะแห่งชาติดูแล 6,927 ครัวเรือน ปลอดค่าเช่า–พักชำระค่าเช่าซื้อ 2–4 เดือน พร้อมลดค่าปรับ 100% ตามเงื่อนไข มุ่งลดภาระประชาชนและฟื้นฟูความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย

ครม. ไฟเขียว 4 โครงการอาคารเช่าผู้มีรายได้น้อย 596 หน่วย วงเงิน 439 ล้านบาท “นิกร” ชี้เพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า วันนี้ (29 ก.ย. 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติจัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 จำนวน 4 โครงการ รวม 596 หน่วย วงเงินลงทุนรวม 439.225 ล้านบาท

พม.-กคช. ผนึกกำลังช่วยชาวเคหะร่มเกล้า ระดมครัวกลาง–โดรนกู้ภัยฝ่าวิกฤตน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 14.45 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายทวีพงษ์

ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน