วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานการประชุมกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 60 ปี บ้านราชวิถี กรุงเทพฯ และผ่านระบบ ZOOM Cloud Meeting
นายกันตพงศ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการทบทวนหลักเกณฑ์ประเมินความพิการให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ว่า ขณะนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. ได้ลงนามในประกาศกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการกำหนดบุคคลใดมีสภาพความพิการที่สามารถเห็นได้โดยประจักษ์ พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และได้จัดส่งรายละเอียด (ร่าง) คู่มือการวินิจฉัยและตรวจประเมินความพิการ ให้แพทย์นิพนธ์เล่มตรวจสอบรายละเอียด พร้อมกับแพทยสภา 14 ราชวิทยาลัย และสมาคมที่เกี่ยวข้อง พิจารณารับรองเนื้อหาก่อนมีการประกาศใช้ต่อไป อีกทั้งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำประกาศกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เรื่อง เอกสารรับรองความพิการ ด้วย
นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดประชุมคณะทํางานกำหนดหลักเกณฑ์และความพิการที่สามารถเห็นได้โดยประจักษ์หรือสามารถวินิจฉัยได้จากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม จำนวน 3 ครั้ง โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของแบบประเมินความพิการและคู่มือหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม เฉพาะบุคคลที่มีความบกพร่องของการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ได้แก่ ตา ใบหู ใบหน้า ศีรษะ นิ้วมือ แขน ขา และลำตัว ที่เจ้าหน้าที่รับคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการมองเห็นได้อย่างชัดแจ้ง ในลำดับแรกก่อน ซึ่งมีการสูญเสียและเห็นความบกพร่องอย่างชัดเจน และไม่สามารถรักษาให้กลับมาหายได้ ทำให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน และการออกสู่สังคม โดยความพิการอื่นๆ จะดำเนินการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ในลำดับต่อไป โดยในช่วงเดือน มีนาคม 2569 จะมีการ Kick Off การประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมหรือพฤติการณ์แวดล้อม
#พมใกล้คุณ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง
การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
“รมว.พม.” นำทัพลงพื้นที่ภาคใต้ มอบโฉนด-สัญญาเช่าที่ดิน-งบพัฒนากว่า 51 ล้าน เปิด “บ้านมั่นคงพะตง” ต้นแบบบ้านมั่นคงริมรางภาคใต้ เร่งรัดการจัดสรรสิทธิ์ในที่ดินเพื่อยกระดับต้นทุนชีวิต
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ร่วมด้วยนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.
'นิกร โสมกลาง' นำทีม พม. ลงพื้นที่ จ.น่าน ติดตามฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมช่วยสิทธิสวัสดิการแก่กลุ่มเปราะบางทุกมิติ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง พร้อมร่วมเชิญสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมเยียนให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง และมอบแนวทางช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ

