
ศิลปะไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสรรค์ผลงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลูกฝังสุขภาวะที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน การส่งเสริม “ศิลปะด้านใน” ช่วยเติมเต็มจิตใจ สร้างรากฐานแห่งความสุข และส่งเสริมการเติบโตของเด็กอย่างสมดุล
เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแนวคิดนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะเด็กและเยาวชน ได้จัดกิจกรรม “ดูแลวัยเด็กด้วยศิลปะด้านใน” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2568 ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ “โมเดลวิทยากรต้นแบบศิลปะด้านในเชิงลึก” เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน พ่อแม่ และผู้ดูแลเด็ก ได้เรียนรู้และสัมผัสพลังของศิลปะด้านใน พร้อมนำองค์ความรู้ไปสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ครอบครัวและชุมชน
วิกฤตสุขภาพจิตของเยาวชนไทย: ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. เผยว่า สุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี
จากรายงาน “ชุดนโยบายสุขภาพจิตของประชากรไทย” ปี 2567 โดย สสส. และศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลง พบว่า
อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ เพิ่มจาก 6.11 คนต่อประชากรแสนคน ในปี 2560 เป็น 7.94 คน ในปี 2566
กลุ่มเยาวชนอายุ 15-19 ปี มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงถึง 116.8 คนต่อประชากรแสนคน
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช ประเมินว่า เยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะซึมเศร้าสูงถึง 2,200 คนต่อประชากรแสนคน สาเหตุสำคัญคือ เด็กและเยาวชนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตได้ยาก เนื่องจากจิตแพทย์เฉพาะทางในประเทศมีเพียง 295 คน และกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ถึง 1 ใน 3
"ศิลปะด้านใน" จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตโดยไม่ต้องพึ่งยา

นายอนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี หัวหน้าโครงการโมเดลวิทยากรต้นแบบศิลปะด้านในเชิงลึกเพื่อขยายชุมชนการเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะเด็กก่อนวัยรุ่น เปิดเผยว่า เด็กและเยาวชนไทยปัจจุบันถูกคาดหวังให้สมบูรณ์แบบ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสนใจเฉพาะเรื่องวิชาการ ขาดทักษะการเลี้ยงลูกและระบบการศึกษาไม่รักษาความเป็นธรรมชาติของวัยเด็ก ส่งผลให้เด็กขาดอิสระ เกิดความเครียดสะสม กระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิต
จากรายงานผลสำรวจข้อมูลกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 503,884 ราย โดยกรมสุขภาพจิต ผ่านแอปพลิเคชัน Mental Health Check-in ระหว่างเดือน ก.พ. 2565 - ต.ค. 2567 พบเด็กเสี่ยงทำร้ายตนเอง 17.4% เสี่ยงป่วยซึมเศร้า 10.28% การจัดกิจกรรม ดูแลวัยเด็กด้วยศิลปะด้านใน ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. จัดขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการสร้างการเรียนรู้สําหรับเด็กไทยอย่างเป็นองค์รวม สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างสุขภาวะองค์รวม โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ไม่เพียงแค่ส่งเสริมสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องจิตใจและจิตวิญญาณด้วย

ศิลปะด้านใน: เครื่องมือเยียวยาจิตใจเด็กและเยาวชน
การบ่มเพาะ "ศิลปะด้านใน" ให้เด็กตั้งแต่วัยเยาว์ เป็นเสมือนการสร้างบ้านที่มั่นคง “เสาเข็ม” ที่แข็งแรงตั้งแต่ต้น ย่อมช่วยให้บ้านไม่พังลงง่ายๆ แม้เผชิญพายุ
"เด็กที่มีปัญหาทางจิตใจ หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่ต้น อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตในระยะยาว" น.ส.ณัฐยากล่าว และระบุว่า ศิลปะด้านในช่วยสร้างความสุขในทันที ผ่านกระบวนการที่ทำให้เด็กจดจ่อ ผ่อนคลาย และเกิดความสงบภายใน เช่น การระบายสี ฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การฟังนิทาน เสริมจินตนาการและความเข้าใจตนเอง การจัดดอกไม้ ฝึกความประณีตและการอยู่กับปัจจุบัน ยิ่งทำต่อเนื่องยาวนาน สุขภาวะทางจิตใจจะยิ่งแข็งแรง พ่อแม่และครูเองก็ต้องฝึกฝนศิลปะด้านในเช่นกัน เพราะการทำงานกับเด็กต้องเริ่มจากตัวเราเอง

นางเยาวลักษณ์ อรรคบุตร ครูโรงเรียนทอรัก จังหวัดสมุทรปราการ และสมาชิกเครือข่าย Power Inner Art (พลังศิลปะด้านใน) กล่าวว่า “เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับพ่อแม่และครู เราจึงต้องเป็นต้นแบบที่ดี ศิลปะด้านในช่วยให้ครูเยียวยาตัวเอง ใจเย็นขึ้น และเข้าใจเด็กมากขึ้น" ศิลปะด้านในไม่ใช่การสอนศิลปะทั่วไป แต่เป็นการปลูกฝังสุขภาวะทางใจ ตัวอย่างเช่น เด็กฝึกระบายสีด้วยแม่สีหลัก (แดง เหลือง น้ำเงิน) ได้เรียนรู้การผสมสีตามธรรมชาติ ครูที่ฝึกฝนศิลปะด้านในจะสามารถถ่ายทอดความสงบให้เด็กผ่านกิจกรรม"
Power Inner Art ได้ขยายแนวคิดนี้ไปสู่ครู ผู้ปกครอง และเด็กในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันผ่านกระบวนการศิลปะด้านใน

ศิลปะด้านใน: เส้นทางสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน มีวิทยากรต้นแบบศิลปะด้านในกว่า 130 คน และพื้นที่การเรียนรู้ 30 แห่ง ในจังหวัดต่างๆ เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ หากแนวคิด "ศิลปะด้านใน" ถูกขยายไปทั่วประเทศ เด็กไทยจะมีเครื่องมือช่วยจัดการอารมณ์และสร้างสุขภาวะที่ดีตลอดชีวิต
ศิลปะด้านใน ไม่ใช่แค่เครื่องมือพัฒนาทักษะ แต่เป็นรากฐานของการสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ เริ่มต้นดูแลจิตใจเด็กตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี และพร้อมเผชิญกับโลกใบนี้ด้วยหัวใจที่สมดุล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยป่วยโรค EVALI พุ่งจากบุหรี่ไฟฟ้า เร่งออกกม.กำหนดอายุเสพนิโคตินเด็ดขาด
แม้ประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 41 ประเทศของโลกที่ประกาศห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้ากลับยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

