“มารศรี” เลขาธิการ สปส. ลงพื้นที่ศูนย์ช่วยเหลือกระทรวงแรงงาน จตุจักร กำชับเจ้าหน้าที่ สปส. ชี้แจงสิทธิประโยชน์ พร้อมเยียวยาลูกจ้างเต็มที่

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว (ศปช.รง.)” จตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนให้บริการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ และให้บริการรับเรื่องขอรับเงินเยียวยาเต็มที่

นางมารศรี เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทำให้มีแรงงานได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้ร่วมออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ ณ ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว (ศปช.รง.) ณ บูธกระทรวงแรงงาน หน้าห้างสรรพสินค้า เจเจมอลล์ จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการ ชี้แจงและให้ข้อมูลการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์กองทุนเงินทดแทนที่เนื่องจากการทำงาน ดังนี้

1) ค่ารักษาพยาบาล จ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 65,000 บาท กรณีโรงพยาบาลรัฐจ่ายจนสิ้นสุดการรักษา กรณีโรงพยาบาลเอกชนสูงสุด 1 ล้านบาท
2) หยุดงานจ่ายร้อยละ 70 ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 14,000 บาทต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 1 ปี
3) สูญเสียอวัยวะได้รับร้อยละ 70 ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 10 ปี
4) ทุพพลภาพได้รับร้อยละ 70 ของค่าจ้างตลอดชีวิต
5) ตายหรือสูญหายค่าทำศพ 50,000 บาท และผู้มีสิทธิได้รับร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ระยะเวลา 10 ปี และได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ กองทุนประกันสังคม
6) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานภายหลังการประสบอันตรายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับการฟื้นฟู ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข

ทั้งนี้ การออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ฯ จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตลอดจนประสานงานระหว่างทายาทของผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดและสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ

เลขาธิการ สปส. กล่าวต่อไปว่า ขอประชาสัมพันธ์ไปยังลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ณ สำนักงานประกันสังคม (สำนักงานใหญ่) จังหวัดนนทบุรี โทรสายด่วน 1506 กด 9 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02 9562923-27 (ในวันและเวลาราชการ) นอกจากนี้ สามารถติดต่อศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว กระทรวงแรงงาน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 2321462-3 และ 02 6602000

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครนถล่มญาติรับร่างผู้เสียชีวิต 30 รายครบแล้ว

โคราช ปิดศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์เหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ญาติรับร่างผู้เสียชีวิตใกล้ครบแล้ว 30 ราย เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ

เลขาธิการประกันสังคม เร่งเยียวยาทายาทลูกจ้าง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกจากที่สูง จ.สระบุรี

กรณีเกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิต 1 ราย จากการพลัดตกที่สูงขณะปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นายภัทรพล ตันเสถียร ประกันสังคมจังหวัดสระบุรี เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยทันที

สำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ เยียวยากรณีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากการทำงาน เหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา

กรณีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุเครนถล่มของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อมูลเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว

ศาลปกครอง พร้อมรับฟ้องคดีเครนถล่มทับรถไฟ-พระราม 2 ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินเยียวยาจากรัฐได้ภายใน 1 ปี

นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองอุดรธานี เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21

'ผวจ.โคราช' เปิดตัวเลขเยียวยารายละ 1.69 ล้านบาท ผู้เสียชีวิตเหตุเครนทับรถไฟ

'ผวจ.โคราช' เผยตัวเลขเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งจ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท ขณะที่กู้ภัยฮุก 31 ช่วยส่ง 6 ร่าง คืนภูมิลำเนา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีรถบริการ 50 คัน เจ้าหน้าที่ 150 นายพร้อม