เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 เม.ย. 2568 ที่ลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม จัดแถลงข่าว “สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์”
โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า งานประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวาระพิเศษของสังคมไทย เป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัว หลายปีที่ผ่านมา คนไทยต้องเผชิญความสูญเสียจากอุบัติเหตุ การคุกคามทางเพศ การทะเลาะวิวาทและความรุนแรง จากพฤติกรรมเสี่ยงโดยเฉพาะในพื้นที่จัดงานเล่นน้ำที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีจุดเริ่มต้นของปัญหาส่วนหนึ่งมาจาก "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์" ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562-2566 มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเฉลี่ยถึง 4,519 ราย ผลกระทบสำคัญคือ “เหยื่อจากผู้ดื่มแล้วขับ” มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เฉพาะเทศกาลสงกรานต์ 2567 มีเหยื่อจากผู้ดื่มแล้วขับมากถึง 207 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 1 ราย
“จากการสำรวจข้อมูลโดยมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ปี 2567 ครอบคลุม 18 จังหวัด มีกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน พบว่า ประชาชน 91.4% เห็นด้วยว่าการจัดงานสงกรานต์ปลอดเหล้าช่วยลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ 90% เห็นด้วยว่าการจัดงานปลอดเหล้าช่วยลดปัญหาการทะเลาะวิวาท 87% เห็นว่าจัดงานไม่มีเหล้าจะช่วยลดพฤติกรรมลวนลามและการล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่ 75.2% ชอบงานสงกรานต์แบบปลอดเหล้ามากกว่างานที่มีเหล้า สสส.และภาคีเครือข่าย จึงเร่งเดินหน้ารณรงค์ ‘สงกรานต์วิถีไทยที่สนุก ปลอดภัย และไร้แอลกอฮอล์’ ผลักดันให้เกิดพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ปลอดเหล้า กว่า 100 พื้นที่ มีถนนตระกูลข้าว (ปลอดเหล้า) 60 พื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมยืนหยัดจัดพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นการเฉลิมฉลองที่นึกถึงความสุขและความปลอดภัยของทุกคนในสังคมทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สคอ. ได้เล็งเห็นผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการนำไปสู่พฤติกรรมดื่มแล้วขับ การทะเลาะวิวาท การล่วงละเมิดและการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ดังนั้น สคอ.จึงเชิญชวนและร่วมรณรงค์ให้มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการไม่ขาย ไม่ดื่มในพื้นที่จัดงานสงกรานต์ ในศาสนสถาน ในพื้นที่สาธารณะ ฯลฯ รวมถึงการไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เยาวชนและผู้ที่มีอาการมึนเมา
นพ.ธนัช พจน์พิศุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า การจัดงานสงกรานต์ในกรุงเทพฯ มีหลายจุด ซึ่งถนนสีลมเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมในการเล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ยังคงมาตรการความปลอดภัย สงกรานต์ 5 ป. คือ ปลอดแอลกอฮอล์ ปลอดปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ปลอดโป๊ ปลอดแป้ง และประหยัดน้ำ ที่สำคัญยังคุมเข้มให้เป็นพื้นที่เล่นน้ำปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ปีนี้พร้อมพัฒนาเส้นทางฉุกเฉินพิเศษ สำหรับใช้เดินทางเพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน
นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่า ความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เกิดจากค่านิยมและความเชื่อของสังคมที่เชื่อว่า การดื่มช่วยทำให้สนุก และช่วยทำให้สนิทสนมกันไว รวมถึงความเครียดจากการทำงานและสภาพสังคมทำให้เกิดการดื่มหนักในช่วงสงกรานต์เพราะต้องการปลดปล่อยความเครียด นอกจากนี้สังคมไทยเกิดอาการชินและยอมรับพฤติกรรมดื่มแล้วขับ ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ สคล. มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และภาคีเครือข่ายขอเชิญชวนให้ปรับค่านิยมและพฤติกรรมใน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.ดื่มไม่ขับ 2.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ 3.ไม่ขาย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงานสงกรานต์ 4.ให้ความสำคัญต่อความสนุกที่ยั่งยืนมากกว่าความสนุกชั่วคราว 5. สนุกได้โดยไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6.สนิทได้โดยไม่พึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเอาจริงจังกับมาตรการโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ปลอดเหล้าแล้ว สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขของครอบครัวอย่างแท้จริง
“ประเพณีสงกรานต์ของไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจาก UNESCO ดังนั้นมาตรการเชิงป้องกันและร่วมกันไม่ให้เกิดความสูญเสียจึงยังเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงขอให้ภาคสังคมและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.ยืนหยัดเจตนารมณ์ประเพณีสงกรานต์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น สร้างรายได้ด้วยเศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ปลอดภัยและยั่งยืน 2.ประกาศเป็นนโยบายร่วมในทุกระดับ ควบคุมแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำ ไม่ขายไม่ดื่มในพื้นที่สาธารณะ สร้างความปลอดภัยแก่ส่วนรวม 3.กำหนดมาตรการในพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำปลอดภัยปลอดเหล้าอย่างจริงจัง มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดงาน 4.ตอกย้ำคุณค่าประเพณีสงกรานต์ที่ไม่ใช่แค่การสาดน้ำ เพราะมีวิถีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย อาทิ เข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว 5.พัฒนาอัตลักษณ์แต่ละพื้นที่ เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวและสืบสานวิถีวัฒนธรรมให้ร่วมสมัย ให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย” นายวิษณุ กล่าว
นายวิทยา ภูโยสาร ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว ปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สุขีวิถีไทย รวมใจถนนข้าวเหนียว เที่ยวสนุกสาดถึงแก่น” ระหว่างวันที่ 8-15 เม.ย. นี้ มีกิจกรรมสำคัญ คือ คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์บนถนนข้าวเหนียว มีนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาร่วมกิจกรรมนี้ทุกปี กลายเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ จนทำให้ถนนข้าวเหนียวกลายเป็น Soft Power เป็นธงที่นำไปสู่การเรียนรู้วัฒนธรรมอีสานและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ นอกจากนั้นเทศบาลนครขอนแก่นยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการรักษาความปลอดภัย การจราจร และการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายมนต์ชัย พงษ์เกียรติก้อง รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงานสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่” ภายใต้แนวคิด "เสิร์ฟความม่วน สาดความมันส์ สีสันปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่" เพื่อส่งเสริมประเพณีท้องถิ่นอันดีงามและเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่คงอยู่คู่นครเชียงใหม่มากว่า 729 ปี และเป็นหนึ่งในเทศกาลระดับโลก โดยมีพื้นที่สำคัญคือที่ประตูท่าแพ และพื้นที่เล่นน้ำถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ ปีนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวัฒนธรรมล้านนา ท่ามกลางมาตรการดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายณรงค์ พรหมจิตต ห้างไลม์ไลน์อเวนิว จ.ภูเก็ต กล่าวว่า สงกรานต์โนแอลภูเก็ต 2568 Songkran No Alcohol Festival Phuket 2025 จัดต่อเนื่องปีที่ 11 เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ยกระดับประเพณีสงกรานต์ให้ยิ่งใหญ่ สำหรับปีนี้จัดงานวันที่ 13 เม.ย. เวลา 16:00-22:00 น. ถนนดีบุก หน้าไลม์ไลท์ ภูเก็ต โดยนำลวดลายที่สวยงามของ “เคบายา” เสื้อสตรีพื้นเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของ UNESCO มาตกแต่งเพิ่มสีสันสดใสภายในงาน ขอเชิญชวนทุกท่าน แต่งผ้าไทยผ้าพื้นเมืองมาร่วมงาน เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอันดีงาม ภายใต้กฎสำหรับผู้มาเที่ยวงาน 1.ห้ามคนเมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกระท่อม 2.ห้ามพกพาอาวุธ และทะเลาะวิวาท 3.ห้ามบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และกัญชา 4.ห้ามอาหาร เครื่องดื่ม แก้วน้ำ 5.ห้ามแป้ง และสี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“เวทีอาหารสุขภาวะ 2569” สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน ดัน “กินดี กินพอ กินหลากหลาย” รับมือวิกฤตอาหารโลก-ยกระดับนโยบาย-นวัตกรรมระบบอาหารตลอดห่วงโซ่
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ จัดงาน “เวทีบูรณาการเครือข่ายอาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” หรือ Food for Health Forum 2026 ภายใต้แนวคิด
สสส. จัดมหกรรมครอบครัว 2026 ปลุกพลัง ‘‘ใกล้ใจ ไม่ไกลกัน’’
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “มหกรรมครอบครัว หรือ FAM FESTIVAL 2026” ปีที่ 2
“วิกฤตอาหารนนทบุรี” สู่โจทย์ใหญ่สุขภาพคนเมือง
สถานการณ์ด้านอาหารของจังหวัดนนทบุรีกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดจากสภานโยบายอาหารนนทบุรีสะท้อนภาพ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง
สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี” ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน
ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม
9 องค์กรต้นแบบ เอื้อคนทำงานสุขภาวะจิตดี
สสส.และภาคีเครือข่าย มอบรางวัล “9 องค์กรสร้างเสริมสุขภาวะทางจิต” (Thai Mind Awards 2026) เปลี่ยนที่ทำงานเป็นพื้นที่แห่งความสุขความปลอดภัยต่อจิตใจ

