3 ปี ผลสำเร็จแปลงใหญ่ทุเรียนหนองโสน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วรวมกว่า 23.79 ล้านบาท

นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดเป้าหมาย 14,500 แปลง พื้นที่ 30 ล้านไร่ ในพื้นที่ 77 จังหวัด                ในปี พ.ศ. 2579 ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 3 เมษายน 2568) มีการรับรองแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วทั้งสิ้น 11,410 แปลง เกษตรกร 600,138 ราย พื้นที่ 9,413,361 ไร่

ในการนี้ สศก. ได้ติดตามประเมินผลตัวอย่างของกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นแปลงที่เข้าร่วมโครงการในปี 2565 พบว่า ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 34 ราย พื้นที่เพาะปลูกทุเรียน 409 ไร่ มีนายวัฒนา อานามวงษ์ เป็นประธานกลุ่ม มีสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดตราด ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตราด สำนักงานตรวจบัญชีและสหกรณ์จังหวัดตราด สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ตลอดระยะเวลา 3 ปี กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลหนองโสน ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มแปลงใหญ่ฯ มาอย่างต่อเนื่อง มีการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน การใช้สารชีวภัณฑ์ และการผลิตทุเรียนให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งมีการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายแปลงใหญ่เพื่อแจ้งเตือนภัยในการระบาดของศัตรูพืช การพยากรณ์อากาศ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินกิจกรรมในแปลง เป็นต้น ส่งผลทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้เฉลี่ยเหลือ 27,057 บาท/ไร่/ปี จากเดิมต้นทุน 33,830 บาท/ไร่/ปี (ลดลง 6,773 บาท/ไร่/ปี หรือร้อยละ 20.02)  เนื่องจากมีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันและควบคุมโรครากเน่าและโคนเน่า และการผสมปุ๋ยใช้เองตามค่าวิเคราะห์ดิน เป็นต้น และสามารถเพิ่มผลผลิตเป็น 1,940 กิโลกรัม/ไร่/ปี จากเดิม 1,507 กิโลกรัม/ไร่/ปี (เพิ่มขึ้น 433 กิโลกรัม/ไร่ หรือร้อยละ 28.73) ทั้งนี้ ภาพรวมในระยะ  3 ปี กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนหนองโสน สามารถลดต้นทุนการผลิตได้รวมได้ 2.77 ล้านบาท และสามารถเพิ่มผลผลิต 26.56 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมทั้งสิ้น 23.79 ล้านบาทในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา

สำหรับความพึงพอใจ พบว่า กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรสมาชิกเป็นอย่างดี มีการรวมกลุ่มกันอย่างสม่ำเสมอ เช่น การประชุมกลุ่มเพื่อพบปะ   พูดคุย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสมาชิกด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังได้รับการติดตามงานและดูแลจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการระยะถัดไปทางกลุ่มได้วางแผนในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุเรียนตกเกรด การส่งเสริมให้สมาชิกทำการผลิตทุเรียนปลอดภัยตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) ให้ครอบคลุมสมาชิกทุกรายต่อไป ทั้งนี้ สศก. มีแผนจะติดตามครอบคลุม 14 สินค้า ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสอดรับกับการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สศก. ยกระดับ 1,010 ศกอ. เชื่อมข้อมูลพื้นที่สู่การวางแผนเกษตร ชูทักษะดิจิทัล วิเคราะห์สถานการณ์ ถ่ายทอดความรู้

นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการเกษตรอาสา หรือ ศกอ. เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สศก.

กรมหม่อนไหมเชิญชวนเที่ยวงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ชมนิทรรศการ Live Exhibition จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569

'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

สศก. ดันโมเดล ASP จับคู่บริการเครื่องจักรกลเกษตรช่วยเกษตรกร รับมือแรงงานสูงวัย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP)

สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน ดึง อกม. สำรวจพื้นที่คงเหลือ 18,000 หมู่บ้านผ่าน Frame-asa ปี 2569

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์