ทส.เข้มป้องปราบรุกป่าและลักลอบตัดไม้ จัดการเด็ดขาดทุกพื้นที่

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สนองนโยบายรัฐบาล สั่งกรมป่าไม้เข้มป้องปราบการบุกรุกป่าและลักลอบตัดไม้เต็มกำลังในทุกมาตรการ จัดการเด็ดขาดทุกพื้นที่ พร้อมดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกรณีผู้รุกป่าที่แม่อาย จ.เชียงใหม่

จากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และแก้ไขปัญหาบุกรุกป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน และให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยมอบให้ ทส. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการ โดยวางแผนพร้อมทั้งหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับตำรวจในพื้นที่ เข้าดำเนินการและขยายผลการลักลอบตัดไม้ โดยเข้าตรวจยึดที่ดินในท้องที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ว่า กรณีนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล  นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  และรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร  วงษ์สุวรรณ ที่มีความห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าทางภาคเหนือเป็นอย่างมาก  จึงได้มีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้กำหนดมาตรการด้านการป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้สนองตอบตามนโยบายพร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายจตุพร  บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับรายงานจากกรมป่าไม้ ถึงการปฏิบัติการที่ อ.แม่อาย นับเป็นหนึ่งความสำเร็จในการทำงานเชิงรุกของกรมป่าไม้ ซึ่งภายหลังจากที่ได้มีการสืบทราบว่า มีการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ต.ท่าตอน อ.แม่อาย อธิบดีกรมป่าไม้ (นายสุรชัย อจลบุญ) จึงได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สจป.ที่ 1 (เชียงใหม่) ทหารชุด บก.ศป.พมพ. ตำรวจ ตชด.ที่ 334 ปลัดอำเภอแม่อาย และตำรวจ สภ.แม่อาย ลงพื้นที่ดำเนินการ

จากการตรวจสอบโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ พบมีการตัดโค่นไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ มีการปรับไถพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยตอไม้เดิมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันยังตรวจพบตอไม้หวงห้ามซึ่งอยู่ติดกับแนวเขตแปลงที่ดิน ถูกตัดโค่นล้มเข้ามาภายในแปลงที่ดินที่เกิดเหตุ 2 ตอ เป็นไม้กระถินป่า และไม้กระทุ่มหมู มีการตัดทอนเป็นท่อนขนาดเล็กกองไว้ในแปลงที่ดินที่เกิดเหตุเพื่อรอการขนย้าย มีการขุดสระเก็บน้ำขนาดเนื้อที่ 1-0-10 ไร่ พบสิ่งก่อสร้างอยู่ภายในที่เกิดเหตุจำนวน 5 รายการ และมีการเดินสายไฟฟ้าเข้ามาใช้ภายในพื้นที่เกิดเหตุ จึงได้ตรวจวัดตำแหน่งแปลงที่ดินโดยใช้เครื่องมือหาค่าพิกัดตำแหน่งแปลงที่ดินด้วยดาวเทียมโดยรอบแปลงที่ดิน คำนวณเนื้อที่ได้ 24-0-31 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝางทั้งหมด  ผลการดำเนินการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถาง เนื้อที่ 24-0-31 ไร่ ตรวจยึดไม้กระถินป่า จำนวน 7 ท่อน ปริมาตร 0.21 ลูกบาศก์เมตร และตรวจยึดสิ่งก่อสร้าง 5 รายการ พร้อมนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะได้ดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ มาตรา 25 แห่ง พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อย่างเด็ดขาด โดยภายหลังพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกกรมป่าไม้ก็จะได้วางแผนดำเนินการฟื้นฟูเพื่อให้คืนสภาพป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

“ซึ่งการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ เป็นนโยบายสำคัญโดยถือปฏิบัติอย่างเข้มข้น  นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรมป่าไม้กำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หมั่นตรวจตรา ลาดตระเวน เฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ข้อระเบียบ มาตรการ และแนวทางปฏิบัติที่กรมป่าไม้กำหนด และบูรณาการทางกฎหมายหาข้อกำหนดรูปแบบความเกี่ยวเนื่องร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในท้องที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับโครงการร้อยใจรักษ์ จัดตั้งศูนย์รับร้องเรียน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามหน้าที่และภารกิจของกระทรวงฯ ให้กับประชาชนในพื้นที่ ”นายจตุพร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' สั่งเร่งระบายน้ำทั่วประเทศ ห่วงประชาชน-ผู้ป่วย ระดมเครื่องสูบน้ำช่วยแล้วกว่า 9,000 ครัวเรือน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมทรัพยากรน้ำผนึกกำลังจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำท่วมขัง โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรลงพื้นที่เร่งระบายน้ำจากชุมชน เส้นทางสัญจร และพื้นที่สำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่หน่วยงานเป็นจุดพักพิงและที่จอดรถรองรับประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

รมว.สุชาติ สั่งการกรมป่าไม้ นำกำลังลุยน้ำท่วม ช่วยอพยพชาวบ้าน-กลุ่มเปราะบาง เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในพื้นที่สระแก้วและฉะเชิงเทรา

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดและเต็มความสามารถ

'สุชาติ' เผย นายกฯ สั่งเร่งล่าจระเข้หลุด 4 ตัวสระแก้ว ระดมทีมไล่ล่า ใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม คุมสถานการณ์ให้ประชาชนอุ่นใจ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีจระเข้จำนวน 4 ตัวหลุดออกจากพื้นที่ในจังหวัดสระแก้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงบ่าย ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ให้เร่งติดตามและควบคุมจระเข้ทั้ง 4 ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่

'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

'สุชาติ' รับนโยบาย 'อนุทิน' สั่ง ทส. ระดมกำลัง-เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง