นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ภายใต้นโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินด้วยการกระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความเท่าเทียมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่ดินทำกินได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 อนุมัติในหลักการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎร ที่ยากไร้ในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ โดยส่งเสริมการประกอบอาชีพและพัฒนาอาชีพของราษฎรในรูปแบบกลุ่มหรือชุมชน อาทิ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกษตรกรได้ร่วมกันบริหารจัดการที่ดิน ภายใต้หลักการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน
การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรมส่งเสริมสหกรณ์รับหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ในพื้นที่ คทช. โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่ มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างเครือข่าย สร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้ ควบคู่กับการจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และถนนเข้าสู่พื้นที่
นายวิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การกำกับของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการส่งเสริมการเกษตรที่มีมูลค่าสูง ใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนการตลาดอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัยร่วมกับป่า เช่น ในภาคเหนือตอนบน มีการส่งเสริมอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกกาแฟ หรือพืชเศรษฐกิจที่ไม่ทำลายระบบนิเวศ
ปัจจุบันคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพในพื้นที่ คทช. แล้วทั้งสิ้น 357 พื้นที่ 68 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 377,000 ไร่ ประกอบด้วยการพัฒนาด้านการผลิตการส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดตั้งสถาบันเกษตรกร การพัฒนาดิน แหล่งน้ำ และสาธารณูปโภค รวมถึงการสนับสนุนแหล่งเงินทุน และการทำบัญชีครัวเรือน ให้กับประชาชนกว่า 57,000 ราย
“สำหรับแผนงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีเป้าหมายขยายการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องเพิ่มเติมอีก50 พื้นที่ใน 28 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 85,000 ไร่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป" อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมส่งเสริมสหกรณ์ผนึกบริษัท ขนส่ง จำกัด ชุมนุมสหกรณ์เกษตรแห่งประเทศไทยและชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย คิกออฟนำร่องขนลองกองอุตรดิตถ์กว่า 600 กิโลกรัมกระจายสู่ผู้บริโภคเมืองกรุง
กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ฤกษ์คิกออฟนำลองกอง ไม้ผลขึ้นชื่อของ จ.อุตรดิตถ์ที่กำลังให้ผลผลิตออกสู่ตลาด กระจายจากศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์การเกษตรลับแล จำกัด สู่ผู้บริโภคในกทม.กว่า 600 กิโลกรัม ผ่านบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่ได้ลงนาม MOU กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ก่อนหน้านี้
“อธิบดีนิรันดร์”เตรียมยึดโมเดลสหกรณ์ญี่ปุ่น ยกระดับ”สหกรณ์ไทย”ครบวงจรสู่ความยั่งยืน
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ “นิรันดร์ มูลธิดา”เตรียมถอดแบบสหกรณ์ญี่ปุ่นมาทดลองใช้กับสหกรณ์ไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ผนึก CDC ควบคู่ร้านค้าสหกรณ์วางจำหน่ายสินค้าสมาชิกทั้งในและต่างประเทศ อย่างเป็นระบบครบวงจร เพื่อสู่ความมั่นคงยั่งยืนของเกษตรกรสมาชิก คาดเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571
“รมช.ปิยรัฐชย์” ห่วงเกษตรกรชาวนาเมืองพิจิตร สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ดูแลหลังโดนโรงสีเบี้ยวหนี้
รมช.ปิยรัฐชย์ ห่วงเกษตรกร หลังโรงสีเบี้ยวหนี้ค่าข้าวสหกรณ์ฯ 12 แห่งใน จ.พิจิตร รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล. หวั่นสหกรณ์ขาดสภาพคล่องส่งผลกระทบเกษตรกรสมาชิก ขณะ “อธิบดีนิรันดร์”สั่งการด่วนสหกรณ์จังหวัดเรียกประชุมสหกรณ์ฯและกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบวันนี้(5ต.ค.69)เพื่อหาข้อสรุป พร้อมเตรียมรับมือข้าวนาปีล๊อตใหญ่ที่จะเก็บเกี่ยวในปลายปีนี้
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจผลกระทบอุทกภัยปี 2569 เตรียมมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟูสหกรณ์และสมาชิก
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 หลังพบสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกได้รับผลกระทบแล้ว 29 จังหวัด รวม 476 แห่ง สมาชิก 95,422 ราย พร้อมตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือ จัดโรงครัวส่งอาหารและน้ำดื่มถึงผู้ประสบภัย และระดมเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมบรรเทาความเดือดร้อน สนับสนุนข้าวสาร นม และอาหาร พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาด้านหนี้สิน เงินทุน และการฟื้นฟูกิจการ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ผนึกกำลังเครือข่ายสหกรณ์ ส่งต่อความช่วยเหลือถึงผู้ประสบอุทกภัย
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภูมิภาคใกล้เคียง โดยระดมความร่วมมือจากขบวนการสหกรณ์ เครือข่ายสหกรณ์ และภาคเอกชน สนับสนุนสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อนำไปแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
“54 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์” เดินหน้าพัฒนาสหกรณ์สู่ความเข้มแข็ง ใช้เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน วางแผนการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อแข่งขันในตลาดยุคใหม่
1 ตุลาคม 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกและเกษตรกร ภายใต้นโยบาย DRIVE+S พัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งมีธรรมาภิบาล สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

