รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง

"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งหามาตรการดูแลช่วยเหลือสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบจากการค้างชำระค่าน้ำนมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และ อ.ส.ค.ประชาสัมพันธ์รณรงค์การบริโภคนมวัวแดงตราไทย-เดนมาร์คไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคนมมีคุณภาพจากเกษตรกรไทยและช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.ตลอดจนช่วยระบายผลิตภัณฑ์นมให้กับสหกรณ์โคนมในเครือข่ายด้วย

อย่างไรก็ตามจากการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมาปรากฎว่ามียอดจำหน่ายนมทั้งสิ้น 11,273 หีบ มูลค่า  3,674,223 บาท และนับตั้งแต่ปี 2567-69 กรมฯได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คมาแล้วรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง มียอดจำหน่ายรวม 45,658 หีบ คิดเป็นมูลค่ารวม 14,120,937 บาท ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์โคนมได้บางส่วน

“จริง ๆ แล้วเราก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทั้งการประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการตลาดและช่วยกระจายสินค้าให้ ไม่เฉพาะนมไทย-เดนมาร์ค นมของสหกรณ์เองเราก็ช่วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

นายนิรันดร์เผยต่อว่านอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.)เพื่อมาเสริมสภาพคล่องสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบ โดยเสนอขอกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีที่สูงกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปเป็นกรณีพิเศษต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของสหกรณ์แต่ละแห่งเป็นรายกรณี ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะช่วยให้สหกรณ์สามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่สอดคล้องกับภาระธุรกิจที่เพิ่มขึ้นได้

“ปีนี้ 2569 เราเตรียมเงินกพส.ไว้ 350 ล้านบาท สหกรณ์กู้ไปแล้ว 115 ล้านบาท ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนยังสามารถมายื่นกู้ได้ ส่วนปีหน้าถ้าไม่พอจะเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์โคนม”นายนิรันดร์เผย

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่าสำหรับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่มีอ.ส.ค.เป็นลูกหนี้ค้างชำระค่าน้ำนมดิบในขณะนี้ก็ให้มีการชะลอการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มจนถึงปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธํนวาคม 2569 ทั้งนี้มิให้ปรับลดยอดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้การค้าค่าน้ำนมดิบอ.ส.ค.ที่เคยตั้งไว้แล้วจนกว่าจะได้รับการชำระหนี้จากอ.ส.ค. ส่วนที่เป็นลูกหนี้ของผู้ประกอบการบริษัทเอกชน กรมฯไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใด ๆ ได้ อาจจะต้องมีการฟ้องเรียกร้องความเสียหายกันเอาเอง

นายนิรันดร์ยังระบุอีกว่า ขณะเดียวกันกรมฯยังได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมได้นำไปใช้ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปน้ำนมดิบ รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกรสมาชิกเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มผ่านสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมอย่างต่อเนื่องจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-69 รวมทั้งสิ้น 3,518.95 ล้านบาท รวม 81 สหกรณ์ มีทั้งโครงการพิเศษดอกเบี้ยต่ำและโครงการปกติ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังกล่าวถึงส่วนมาตรการอื่น ๆ ที่ผ่านมาได้ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)และกรมพัฒนาที่ดินได้นำน้ำนมดิบที่เกิน MOU และไม่มีแหล่งจำหน่ายมาพัฒาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรในเครือข่ายสหกรณ์นำไปใช้ใส่พืชผักไม้ผล ไม้ยืนต้น ยางพาราเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯในการลดการใช้ปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์โดยน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมจากน้ำนมดิบดังกล่าวอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 กระทั่งล่าสุด ณ 17 กรกฎาคม 2569 กยท.ได้ให้ความช่วยเหลือรับซื้อน้ำนมดิบที่ไม่มีแหล่งจำหน่ายไปแล้วว่า 716 ตันเพื่อไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมกว่า 1,144,000 ลิตรและกยท.มีแผนพัฒนาให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์(เหลว) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร คาดว่าจะช่วยดึงน้ำนมดิบส่วนเกินออกจากระบบได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้ง 4 มาตรการจะเดินหน้าอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สมศักดิ์” ประชุมขับเคลื่อนนโยบาย รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร

ส่องศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดนครพนม สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ชูผลิตภัณฑ์ข้าวจากดินแดนพญานาคริมน้ำโขง “ข้าวหอมพนมนาคา”

กรมส่งเสริมสหกรณ์นำโดยนายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฐพล แป้นนอก ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 9 , 11 และ 13 และนายสาธิต ปานขำ เลขานุการกรม นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเพื่อ

รมว.สุริยะ ติดตามน้ำท่วมเมืองปัว พร้อมสั่ง ชป.ระดมเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือประชาชน

วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 9 บิ๊กเกษตร 'อธิบดี-รองปลัด' ขยับเก้าอี้สำคัญ

โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งตำแหน่งบริหารระดับสูง 9 ราย “นฤมล” นั่งอธิบดีกรมหม่อนไหม

กรมหม่อนไหมเชิญชวนเที่ยวงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ชมนิทรรศการ Live Exhibition จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569

สมาชิกสหกรณ์และทายาทมีเฮ! กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับฝึกงานเกษตรที่ญี่ปุ่น

กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับสมัครสมาชิกสหกรณ์และทายาทเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2570 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หวังนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย