
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง "ขับเคลื่อนการเกษตรด้วย Big Data: สู่จังหวัดยุคดิจิทัล" ณ ห้องประชุม Nada Ballroom โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร โดยการจัดงานของศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคของการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทำให้มีความต้องการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาเกษตรที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ประกอบกับความต้องการข้อมูลในระดับพื้นที่มีเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีข้อมูลในการตัดสินใจได้ตรงกับสถานการณ์และปัญหาของแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตามข้อมูลภาครัฐยังขาดการบูรณาการข้อมูลระหว่างกัน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไข สศก. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำฐานข้อมูล Big Data ภาคเกษตรของประเทศ ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร มีการรวบรวมชุดข้อมูล (Datasets) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล ด้านการเกษตร โดยฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติจะเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตร ที่มีข้อมูลครอบคลุมทั้งด้านเกษตรกรและด้านสินค้าเกษตรที่สำคัญตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อใช้ประกอบในงานเชิงนโยบายของภาครัฐ ให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลที่จะยกระดับการพัฒนาหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความสะดวกแก่ภาคธุรกิจด้านการเกษตร ซึ่งมุ่งเน้นให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลทุกมิติ ผ่านแพลตฟอร์มกลางข้อมูลเกษตรกรรมของประเทศ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่
นายสุชาติ ผุแปง ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (ศกช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สศก. โดย ศกช. ได้จัดทำแพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการบริหารจังหวัด (AgriDataProv) เป็นการขับเคลื่อนการเกษตรด้วย Big Data สู่จังหวัดดิจิทัล เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มนี้เป็นการรวบรวมและเชื่อมโยงชุดข้อมูลของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดทำเป็น Dashboard นำเสนอชุดข้อมูลที่สำคัญในพื้นที่ แบ่งออกเป็น 9 ด้าน ดังนี้ 1.ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป 2.เศรษฐกิจการเกษตร 3.การผลิตสินค้าเกษตร 4.มาตรฐานสินค้าเกษตร 5.การชลประทาน 6.ที่ดิน 7.สถาบันเกษตรกร 8.โครงการสำคัญ และ 9.ปัญหาและอุปสรรค

การจัดทำและพัฒนา Big Data ระดับจังหวัดเป็นการบริหารจัดการฐานข้อมูลภาคการเกษตรของประเทศผ่านเทคโนโลยี มีการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน นำเสนอข้อมูลแก่ผู้ใช้ให้เข้าใจง่ายในการนำไปใช้ประโยชน์ และคำนึงถึงพื้นฐานของการทำ Big Data เพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต ระบบนี้จะพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปิดให้ผู้สนใจใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้ตามความเหมาะสมในระยะต่อไป และที่สำคัญคือเกษตรกรต้องได้รับประโยชน์โดยตรง สามารถพัฒนาการผลิตและการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคปัจจุบัน

การขับเคลื่อนการเกษตรด้วย Big Data สู่จังหวัดดิจิทัลจะนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายด้านการเกษตร การบริหารจัดการ และบริการภาครัฐที่ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสัมมนาในครั้งนี้จึงนับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการบริหารจังหวัด การเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการบริหารจังหวัด จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกมิติผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว และนำไปใช้ตัดสินใจในการผลิตให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาให้ภาคเกษตรเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และมีศักยภาพพร้อมเผชิญความท้าทายในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าขยายช่องทางตลาดสินค้าสหกรณ์ต่อเนื่อง ยกขบวนความอร่อยและสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์บุกรัฐสภา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสนับสนุนและเพิ่มช่องทางตลาดให้แก่ขบนการสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยกขบวนความอร่อยและขนสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ภายใต้คอนเซปต์ “ผลิตภัณฑ์และสินค้าดาวเด่นของสหกรณ์” ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร
“รมช.ปิยะรัฐชย์” เร่งเครื่องนโยบาย DRIVEs ยกระดับความเข้มแข็งสหกรณ์ทั่วประเทศ นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา
สศก. เผยประมาณการลำไย–ลิ้นจี่ ปี 2569 ลิ้นจี่ยังออกต่อเนื่อง มิ.ย. ขณะที่ลำไยออกมาก ส.ค. ช่วยวางแผนผลผลิต–ตลาดล่วงหน้า
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้จัดทำประมาณการสถานการณ์การผลิตและราคาลำไยและลิ้นจี่ ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569)

