
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เพิ่มความเข้มข้นแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์-กลุ่มเกษตรกรกว่า 2 แสนล้าน ตั้งคณะทำงานลงลึกระดับจังหวัด จัดทีมโค้ชร่วมปรึกษาแก้หนี้ยั่งยืน เพิ่มรายได้เสริม ควบคู่สร้างวินัยทางการเงิน ตั้งเป้าปี 2568 ลดมูลหนี้ค้างชำระไม่ต่ำกว่า 25%
จากเป้าหมายปี 2568 ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่มุ่งพัฒนาสหกรณ์ ให้มีความเข้มแข็งเป็นสถาบันเกษตรกรที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้มีศักยภาพในการทำงานสูง สามารถเข้าไปดำเนินงานร่วมกับสหกรณ์ที่รับผิดชอบได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่
- ตลาดนำการผลิต
- การแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ โดยตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้อย่างน้อย 25% ของหนี้ NPL
- การส่งเสริมปริมาณธุรกิจสหกรณ์ให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3%
- ฟื้นฟูสหกรณ์ที่ขาดทุนสะสมให้มีกำไรเพิ่มขึ้น 25%
- การพัฒนาความเข้มแข็งของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ให้มีความเข้มแข็ง ชั้น 1 และชั้น 2 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ไม่น้อยกว่า 2%
- การพัฒนาบุคลากรของสหกรณ์ และของกรม ให้มีศักยภาพการทำงานสูงขึ้น
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีหน้าที่ในการแนะนำ ส่งเสริม และสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นผ่านขบวนการสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เล็งเห็นความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และแผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร เพื่อทำให้ภาระหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นให้ลดลง
ทั้งนี้ จากสภาพปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นของประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย ซึ่งปัญหารายได้น้อยกว่ารายจ่ายนี้ ย่อมหมายถึงรายได้สุทธิของประชาชนที่ติดลบ ทำให้มีโอกาสน้อยในการเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อนำมาเป็นทุนในการประกอบอาชีพ เช่น ธนาคารรัฐ ธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน มีความเสี่ยงในการประกอบอาชีพสูง อันเกิดจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวน จนเกิดเป็นภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม
สถาบันการเงินระดับชุมชน โดยเฉพาะสหกรณ์ จึงเป็นแหล่งเงินทุนที่เกษตรกรคาดหวังว่าจะสามารถเป็นที่พึ่งได้ เกษตรกร จึงหันมาพึ่งพาสหกรณ์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พบว่า ระดับหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ในปี 2565 จากหนี้สิน จำนวน 209,865 บาท/คน เพิ่มขึ้นในปี 2566 เป็นจำนวน 219,192 บาท/คน หรือเพิ่มขึ้น 4.44% โดยในภาพรวมเป็นลูกหนี้ผิดนัดชำระ/หนี้ NPL ในปี 2566 จำนวน 50,663.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2567 เป็นจำนวน 51,682.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.01%

ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้ กองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ด้วยระบบสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีการบริหารจัดการสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ สมาชิกมีความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ตนเอง วางแผนทางการเงิน สร้างวินัยทางการเงิน สามารถสร้างรายได้เพิ่มเพื่อลดหนี้และเพิ่มรายได้
นายบรรจง ชัยขุนพล ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับกองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ โดยกลุ่มพัฒนาระบบการแก้ไขปัญหาหนี้ มีกรอบพันธกิจในการพัฒนาระบบการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ และสมาชิกกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการสำรวจภาวะหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนกำหนดแนวทาง มาตรการ การติดตามและประเมินผล เพื่อให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาหนี้สิน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ ได้นำกรอบแนวคิดในการแก้ไขปัญหาหนี้แบบองค์รวมอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย มาเป็นกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยเฉพาะหนี้ NPL ดังนี้
กรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน
- การสร้างข้อมูลและองค์ความรู้ : การสร้างฐานข้อมูลลูกหนี้ สอบทานศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิก จำแนกกลุ่มลูกหนี้ วิเคราะห์ศักยภาพในการชำระหนี้ของสมาชิกให้องค์ความรู้กระบวนการจัดการสินเชื่อ
- การแก้หนี้เก่าให้ลดและปลดหนี้ได้ : การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ที่มีปัญหา ให้ข้อมูล สินเชื่อที่เหมาะสม บริหารจัดการหนี้ตามศักยภาพลูกหนี้ เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ลด/งดคิดดอกเบี้ยและค่าปรับ ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การดำเนินตามกฎหมาย
- การปล่อยหนี้ใหม่ให้ยั่งยืน ทั่วถึง และตอบโจทย์ : การปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ตรงกับศักยภาพและความเสี่ยงของสมาชิก ส่งเสริมการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- การเพิ่มรายได้และศักยภาพครัวเรือนเกษตร : การเพิ่มศักยภาพของครัวเรือนลูกหนี้ควบคู่กับการแก้หนี้ ส่งเสริมอาชีพหลักและอาชีพเสริม สนับสนุนการเข้าถึงช่องทางการตลาด สนับสนุนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้เป็นกลไกในการบริการสมาชิก
- การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและความรู้ความเท่าทันทางการเงิน : การให้ความรู้สร้างทักษะการบริหารจัดการเงินและการบริหารจัดการหนี้ สร้างวินัยทางการเงิน

กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรด้วยระบบสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ของสมาชิกและมีการบริหารจัดการสินเชื่อ ที่มีประสิทธิภาพ การส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมีความรู้ในการวางแผนทางการเงินและสามารถบริหารจัดการหนี้ของตนเองได้ และเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกโดยผ่านกลไกการให้บริการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย
ในส่วนของการดำเนินงานนั้น กองพัฒนาระบบสนับสนุนการสหกรณ์ ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ปี 2566 และขับเคลื่อนแผนงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ด้วยการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้ฯ ระดับจังหวัด การแต่งตั้งทีมงานส่งเสริมการแก้ไขปัญหาหนี้ (ทีมโค้ช) ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และทีมปฏิบัติการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยการร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมุ่งจัดอบรมให้ความรู้กับทีมโค้ชและทีมปฏิบัติการในเรื่องเกี่ยวกับการบริหารสินเชื่อ แนวทางการแก้ไขหนี้ การสร้างภูมิคุ้มกัน/วินัยทางการเงินแก่สมาชิก และส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกมีรายได้ รวมถึงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ แนะนำส่งเสริมให้สหกรณ์จัดทำแผนการแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิก แผนการส่งเสริมอาชีพ
ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการส่งเสริมอาชีพให้แก่สมาชิก เพื่อสร้างรายได้และมีความสามารถในการชำระหนี้ โดยอบรมให้ความรู้ในการส่งเสริมอาชีพ และการวางแผนทางการเงิน ให้สหกรณ์สนับสนุนปัจจัยการผลิตและการตลาด ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ในการลงทุนในการประกอบอาชีพให้แก่สมาชิก และติดตาม กำกับ ดูแล การแก้ไขปัญหาหนี้ และรายงานผลการดำเนินการ
เปิดผลสำเร็จโครงการปี 2566 - 2568
นับจากปี 2566 จนถึงปี 2568 มีกลุ่มสหกรณ์เป้าหมายเข้าร่วมโครงการ ดังนี้

หนึ่งในตัวอย่างของความสำเร็จในการให้คำปรึกษา หาแนวทางร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สทิงพระ จำกัด ที่ดำเนินโครงการแก้หนี้ แก้จน โดยเริ่มจากการส่งเสริมอาชีพสมาชิกเพื่อให้มีรายได้เพิ่มและสามารถนำมาจ่ายหนี้สหกรณ์คืนได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งจากสภาพพื้นที่พบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาปลูกข้าวปีละครั้ง และทำตาลโตนด มีรายได้ไม่แน่นอน สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสงขลาจึงร่วมกับสหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด ในการส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชระยะสั้น และบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ มาดูแลในเรื่องต่างๆ ทั้งดินและน้ำ ส่วนสหกรณ์จะดูแลการรวบรวมผลผลิต และการตลาด
สหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด ถือว่าเป็นสหกรณ์ต้นแบบของโครงการแก้หนี้แก้จนที่เห็นความสำคัญในการให้สมาชิกมีรายได้ เริ่มต้นจากการนำทุนสวัสดิการสหกรณ์ไปส่งเสริมจัดหาพันธุ์พืชให้เกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ ส่งเสริมระบบแหล่งน้ำ แหล่งเงินทุน ตลอดจนจัดหาตลาดให้ เมื่อเห็นผลจึงมีการขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นโครงการต้นแบบ เพื่อขยายผลไปยังสหกรณ์การเกษตรอื่น ๆ ต่อเนื่อง

ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ ในปี 2566 สหกรณ์การเกษตรสทิงพระ จำกัด มีมูลหนี้ค้างชำระ รวม 4,005,644.44 บาท ซึ่งมีดอกเบี้ยค้างรับ 946,991.72 บาท โดยหลังจากเข้าร่วมโครงการ ในปี 2568 ดอกเบี้ยค้างชำระลดลงเหลือ 490,272.35 บาท คิดเป็นลดลง 53%
สำหรับในปีงบประมาณ 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ควบคู่กับการให้ความรู้ สร้างวินัยทางการเงิน ส่งเสริมการสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ เพื่อลดหนี้และนำไปสู่การปลดหนี้ เพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมทุ่มเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ 500 ล. ยกระดับศูนย์ CDC สู่”ฮับ” ประจำภูมิภาค ตั้งเป้าสิ้นปี 69 ยอดขายสินค้าผ่าน CDC แตะ 5,000 ล.
“อธิบดีนิรันดร์”เตรียมเงินกพส.กว่า 500 ล้านบาทปี 70 ยกระดับศูนย์ CDC เป็น”ฮับ”แต่ละภูมิภาค 1-2 แห่ง พร้อมจับมือสมาคมขนส่งทางบกฯ คิดค่าบริการขนส่งในอัตราพิเศษ
“สมศักดิ์” ประชุมขับเคลื่อนนโยบาย รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร
ส่องศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งเดียวในจังหวัดนครพนม สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ชูผลิตภัณฑ์ข้าวจากดินแดนพญานาคริมน้ำโขง “ข้าวหอมพนมนาคา”
กรมส่งเสริมสหกรณ์นำโดยนายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฐพล แป้นนอก ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 9 , 11 และ 13 และนายสาธิต ปานขำ เลขานุการกรม นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเพื่อ
สมาชิกสหกรณ์และทายาทมีเฮ! กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับฝึกงานเกษตรที่ญี่ปุ่น
กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับสมัครสมาชิกสหกรณ์และทายาทเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2570 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หวังนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย
รมช.ปิยะรัฐชย์ สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลัง อ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ เตรียมงบ กพส. 350 ล.กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกรณีพิเศษเสริมสภาพคล่อง
"รมช.ปิยะรัฐชย์" สั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ “อธิบดีนิรันดร์” เดินเครื่อง 4 มาตรการด่วน บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกสหกรณ์โคนม พร้อมเผยปีนี้เตรียมเงินกพส.ดอกเบี้ยต่ำไว้ 350 ล้านบาทให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจสหกรณ์โคนม
ส่อง 5 แบรนด์ดังสหกรณ์โคนมไทย ผลิตภัณฑ์เพิ่มคุณค่า ลดภาระน้ำนมดิบ
วิกฤติน้ำนมดิบล้นตลาดส่วนเกินนอกสัญญาเอ็มโอยู(MOU) ในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 181 - 211 ตันต่อวัน กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรและสหกรณ์โคนมไทย

