
“คุณได้รับพัสดุ โปรดกดลิงก์ยืนยัน” หรือ “ด่วน! ธนาคารของคุณถูกล็อกบัญชี” … ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับแพร่ระบาดรุนแรงกว่าที่เคย จากสถิติ Whoscall ปี 2567 พบว่าคนไทยถูกโทรศัพท์หลอกลวงกว่า 38 ล้านสาย และได้รับ SMS หลอกลวงกว่า 130 ล้านข้อความ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 85% และ 123% ตามลำดับ กลายเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี มูลค่าความเสียหายทะลุ 6 หมื่นล้านบาท
ไม่เพียงแต่การเงินที่สูญเสีย แต่ยังบ่อนทำลายความไว้วางใจของผู้คนต่อข้อมูลข่าวสารรอบตัว ยิ่งในช่วงเหตุการณ์วิกฤติ เช่นแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ ข่าวปลอมเกี่ยวกับความเสียหายและการช่วยเหลือถูกแชร์เกลื่อนโซเชียล มิจฉาชีพฉวยโอกาสส่งลิงก์ปลอมผ่าน SMS และโพสต์ล่อเหยื่อ สร้างความสับสนและตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น
สงครามข้อมูล 2025 - วิกฤติความเชื่อมั่นที่โลกต้องเผชิญ
รายงานความเสี่ยงโลก ปี 2567 ของ World Economic Forum เตือนชัดว่า ภายใน 2 ปี “ข้อมูลเท็จและบิดเบือน” จะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก เหนือกว่าโรคระบาดหรือภัยเศรษฐกิจ เพราะมันกัดกร่อนศรัทธาของผู้คนต่อความจริง นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาของไทย แต่คือโจทย์ใหญ่ระดับโลกว่า จะปกป้อง “ความจริง” ไว้ได้อย่างไรท่ามกลางมหาสมุทรข้อมูลที่ถาโถมทุกวินาที
Cofact : เมื่อทุกคนคือ Fact Checker
ในประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือ "โคแฟคประเทศไทย" (Cofact) และภาคีเครือข่ายกว่า 20 องค์กร จัดงานสัมมนา “วันตรวจสอบข่าวลวงโลก ปี 2568” ภายใต้ธีม “The Battle for Truth: Reclaiming Information Integrity in the Age of Distrust” หรือ “สงครามข้อมูล 2025 : โจทย์แห่งความจริงในยุควิกฤติศรัทธา”

ภายในงานยังประกาศจัดตั้งรางวัลเพื่อยกย่ององค์กรสื่อ นักข่าว และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่มีบทบาทเด่นในการตรวจสอบข่าวลวง เพราะ “ทุกคนคือผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง” ได้ หากเริ่มต้นด้วยการเช็กข้อมูลก่อนแชร์ นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร รองผู้จัดการ สสส. กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “Cofact ดำเนินงานมา 6 ปีแล้ว ปัจจุบันมีฐานข้อมูลข่าวจริงและข่าวลวงกว่า 10,000 เรื่อง มีผู้ใช้ค้นหาข้อมูลกว่า 500,000 ครั้ง ถือเป็นฐานข้อมูลใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ รองจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม นี่คือตัวอย่างความร่วมมือของภาคประชาชนที่ช่วยปกป้องความจริงในสังคม”

เมื่อเสรีภาพต้องมาคู่กับความรับผิดชอบ
รศ. ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่า “เสรีภาพในการสื่อสารจะไร้ความหมาย หากปราศจากความรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง” การตรวจสอบข้อมูลไม่ใช่การปิดกั้น แต่คือการสร้างพื้นที่สื่อสารที่น่าเชื่อถือ เปิดรับความหลากหลาย และให้สังคมถกเถียงกันบนฐานของข้อเท็จจริง

ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact ชี้ว่า รัฐควรจัดตั้ง War Room ในยามวิกฤติ เพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องอย่างเป็นระบบ “Cofact ไม่อาจทำงานเพียงลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลและสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้มากกว่า 10 ล้านคน”
แคมเปญ “บริจาคข่าวลวง” - เมื่อประชาชนคือกำแพงด่านแรก
ปีนี้ Cofact และ สสส. เปิดตัวแคมเปญใหม่ “บริจาคข่าวลวง” เชิญชวนประชาชนส่งต่อข้อมูลที่สงสัยว่าเป็นเท็จเข้ามา เพื่อตรวจสอบและเผยแพร่ข้อเท็จจริงสู่สาธารณะ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูองค์กรสื่อและผู้ผลิตเนื้อหาที่มีบทบาทสำคัญด้านนี้
ผลสำรวจล่าสุด จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในไตรมาสแรกปี 2567 ระบุว่ามีประชาชนถูกหลอกลวงออนไลน์และแจ้งความกว่า 400,000 ราย ความเสียหายกว่า 60,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนความจำเป็นที่ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วมเป็น “เกราะด่านแรก” ในการหยุดยั้งข่าวลวง

เช็กก่อนแชร์-วัฒนธรรมใหม่เพื่อสังคมสุขภาวะ
แก่นสำคัญของความร่วมมือคือการสร้าง “วัฒนธรรมเช็กก่อนแชร์” ให้กลายเป็นวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว อินฟลูเอนเซอร์ หรือประชาชนทั่วไป หากทุกคนหยุดเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อถามว่า “ข้อมูลนี้จริงหรือไม่” และตรวจสอบกับแพลตฟอร์ม Cofact ก่อนกดแชร์ต่อ ก็สามารถลดความเสี่ยงและปกป้องสังคมจากข่าวลวงได้อย่างมหาศาล

ข่าวลวงไม่เพียงทำให้คนหลงเชื่อ แต่ยังบั่นทอนความศรัทธาต่อระบบข้อมูลทั้งหมด วิกฤติศรัทธาข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากปล่อยให้ดำเนินต่อไปอาจสั่นคลอนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และประชาธิปไตย การผนึกกำลังของ 20 องค์กรในครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณชัดว่า “ทุกคนมีส่วนร่วมได้” และความจริงจะยืนหยัดอยู่ได้ก็ต่อเมื่อสังคมลุกขึ้นมาปกป้องร่วมกัน เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ เพื่อสร้างอนาคตที่ข้อมูลคือพลังสร้างสรรค์ ไม่ใช่อาวุธทำลายศรัทธา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยป่วยโรค EVALI พุ่งจากบุหรี่ไฟฟ้า เร่งออกกม.กำหนดอายุเสพนิโคตินเด็ดขาด
แม้ประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 41 ประเทศของโลกที่ประกาศห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้ากลับยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

