กปร. – มหาดไทย จับมือขับเคลื่อน “One Plan” บูรณาการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สำนักงาน กปร. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วยระบบ “One Plan” มุ่งเน้นการวางแผนแบบจากล่างขึ้นบน Bottom-Up รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่โดยตรง ลดการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อน และเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร.) เปิดเผยว่าสำนักงาน กปร. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ และการสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( One Plan ) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน และนายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ซึ่งในการประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน ประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คณะที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการฯ ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย รวมถึงผู้แทนจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีนายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงาน กปร. นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายสยุมพร ลิ่มไทย และนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ร่วมอภิปราย และมีนายสุทัศน์ ตั้งพิพัฒน์พงศ์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 3 สำนักงาน กปร. เป็นผู้ดำเนินรายการ

“ในการประชุมมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกรณีศึกษาการนำระบบ One Plan ไปใช้ในระดับพื้นที่ พร้อมอภิปรายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงนโยบาย และพัฒนาทักษะการวางแผนในพื้นที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลการใช้ One Plan สู่ทุกภูมิภาค สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น” นางสุพร ตรีนรินทร์ กล่าว

นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วประเทศ ทำให้ทรงรับทราบปัญหาและมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้เหมาะสมกับภูมิสังคมและภูมิประเทศ การบูรณาการ One Plan จึงเป็นการเชื่อมโยงแผนงานระดับจังหวัดเข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความมั่นคงของชาติ และการสืบสานพระราชปณิธาน

“การดำเนินงานในวันนี้นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่หน่วยงานในระดับจังหวัดจะบูรณาการระบบ One Plan เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี ความมั่นคงของประเทศชาติ และเป็นการสนองพระราชปณิธานเพื่อสืบสานพระราชมรดกอันทรงคุณค่าสู่ความยั่งยืนของปวงชนชาวไทย ดังพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ความว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ

“นโยบายและทิศทางในการขับเคลื่อนพัฒนาและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” โดย เลขาธิการ กปร. และ “บทบาทหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในการนำระบบ One Plan มาขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทิศทางการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่และส่วนกลาง

ระบบ One Plan ถือเป็นกลไกสำคัญที่สำนักงาน กปร. และกระทรวงมหาดไทยร่วมกันพัฒนาและบูรณาการแผนงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งด้านแหล่งน้ำ การเกษตร อาชีพ การศึกษา และคุณภาพชีวิต โดยเน้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ทำให้แผนพัฒนาสะท้อนความต้องการของประชาชน ตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ ลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ และสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนยั่งยืน การนำระบบ One Plan มาปรับใช้กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไม่เพียงทำให้การพัฒนามีทิศทางและประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” สู่การสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน และความมั่นคงมั่งคั่งของประเทศในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พาณิชย์” ผนึกมหาดไทยลุยปราบนอมินีห้วยขวาง

“พาณิชย์” ร่วมทีมมหาดไทยส่งทีมปราบนอมินี ตรวจสอบโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องดื่มและ และร้านบิวตี้ ย่านห้วยขวาง พบทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีคนต่างชาติทำงานไม่มีใบอนุญาต บางรายอ้างผู้มีอำนาจขอเคลียร์ทางโทรศัพท์ ส่วนบริษัทที่ดูแลธุรกิจ พบเป็นนอมินี เหตุสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีดำเนินการจัดตั้งและหาผู้ถือหุ้นคนไทยให้

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

เปิดลึก 'กรมการปกครอง-มท.' ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ

เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน

'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น

“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย

มท. สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

สถ. แจงยิบ ปมยกเลิกจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 66 ชี้ป้องกันทุจริต หวั่นรัฐเสียหาย

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้อง (สถ.) โพสต์หนังสือคำชี้แจง สถ. เรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2566​ ว่า