ปตท.สผ. เดินหน้าโครงการ CCS แห่งแรกในไทยที่แหล่งอาทิตย์ สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ที่แหล่งก๊าซฯ อาทิตย์ นำร่องพัฒนาเทคโนโลยี CCS ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก สนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า โครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ ซึ่งสามารถดักจับและอัดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุด 1 ล้านตันต่อปี มีความสำคัญมากในฐานะโครงการ CCS แรกของประเทศไทย เป็นก้าวแรกในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายรัฐ ซึ่งได้บรรจุโครงการนี้อยู่ในแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 – 2573 (NDC Action Plan on Mitigation 2021-2030) โดย ปตท.สผ. ในฐานะบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทย ได้ตัดสินใจที่จะขับเคลื่อนโครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

“นอกจากภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยแล้ว การลงทุนครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ปตท.สผ. ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง CCS นับเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ที่ถูกนำมาใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่น ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ โดยโครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์เป็นโครงการนำร่องและเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาโครงการ CCS ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ เช่น Eastern Thailand CCS Hub ในบริเวณอ่าวไทยตอนบน ซึ่งมีศักยภาพที่จะสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นายมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ได้รับความเห็นชอบให้เป็นโครงการสำคัญที่ควรดำเนินการและผลักดันในระดับนโยบายภายใต้ NDC Action Plan รวมถึงเห็นชอบหลักการในการกำหนดแนวทางส่งเสริมด้านการลงทุนที่เหมาะสมแก่โครงการผ่านมาตรการทางภาษี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันส่งเสริมเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

ปตท.สผ. ได้เตรียมความพร้อมในการศึกษาและประเมินอย่างรอบด้านเพื่อพัฒนาโครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ครั้งนี้ ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกแหล่งกักเก็บใต้ดินที่มีความเหมาะสมในระดับความลึก 1,000 – 2,000 เมตร ไปจนถึงการออกแบบทางวิศวกรรมและการวางแผนการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ผ่านการตรวจวัดข้อมูลในหลุมอัดกลับ และการตรวจสอบบนพื้นผิวและพื้นทะเล เพื่อให้การจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดย ปตท.สผ. จะใช้โครงสร้างพื้นฐานบางส่วนที่มีอยู่แล้ว รวมถึงก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม  คาดว่าจะสามารถเริ่มการอัดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปี 2571 และทยอยเพิ่มอัตราการอัดกลับไปจนถึงศักยภาพสูงสุดที่ ประมาณ 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี  ใช้งบประมาณในระยะเวลา 5 ปี ประมาณ 10,000 ล้านบาท (เทียบเท่า 320 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) โดยการดำเนินงานดังกล่าว จะไม่กระทบต่อการผลิตก๊าซธรรมชาติของแหล่งอาทิตย์

ทั้งนี้ เทคโนโลยี CCS เปรียบเสมือนกระบวนการย้อนกลับ (Reverse Process) ของกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ที่นำก๊าซธรรมชาติจากใต้ดินขึ้นมาเพื่อเป็นพลังงานสำหรับการพัฒนาประเทศและการใช้ในชีวิตประจำวัน โดย CCS จะเป็นการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งกลับลงไปยังแหล่งที่มาใต้ดิน

นอกจากโครงการ CCS แล้ว ปตท.สผ. ยังมีโครงการและกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การนำก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียมกลับมาใช้ใหม่ การปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้พลังงานหมุนเวียน และการคัดเลือกโครงการที่มีความเข้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำเข้ามาใน Portfolio รวมทั้ง การปลูกป่าทั้งป่าบกและป่าชายเลน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลระดับโลกจากเวที Global CSR & ESG Awards 2026 สะท้อนความมุ่งมั่นการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับ 5 รางวัล จากเวทีระดับสากล Global CSR & ESG Awards 2026 จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปตท.สผ. แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานในประเทศ

ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการในประเทศในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของพลังงานโลก โดยไตรมาส 1 บริษัทสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

ปตท.สผ. เริ่มวาง “ลานประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life” สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ ฟื้นฟูท้องทะเลไทยที่เกาะเต่า

ปตท.สผ. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เริ่มวางประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life สร้างแหล่งปะการังเทียมและจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่เกาะเต่า

ปตท.สผ. คว้ารางวัล Global MIKE และ SEA MIKE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความรู้

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยนายพลสันต์ กุล‍ละ‍วณิชย์ (ซ้าย) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายความรู้องค์กรและปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ รับรางวัล Global Most Innovative Knowledge Enterprise (Global MIKE Award 2025)