ไอเดียนวัตกรรมคนรุ่นใหม่ 'ทางรอดทะเลไทยในภาวะโลกรวน'

ทีม SRTC รักทะเล จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

บางวันอากาศร้อนจัดจนแสบผิว บางวันฝนตกหนักจนแทบตั้งตัวไม่ทัน สภาพอากาศที่แปรปรวนและคาดเดาได้ยากเหล่านี้เป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะโลกรวนที่กำลังส่งผลกระทบต่อโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศทางทะเลก็ได้รับผลกระทบทั้งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและสัตว์น้ำที่ลดลง

ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น การนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาใช้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจึงมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ล่าสุด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 4 (The 4th Young Ocean for Life Innovation Challenge) ภายใต้แนวคิดทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life) ในโครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 10 

โดยผลการประกวดในแต่ละหมวด ได้แก่  หมวด Protect: การปกป้องท้องทะเลจากภัยคุกคามต่าง ๆ  รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน ทุ่นกันกระแทกเรือ นวัตกรรมจากน้ำยางพารา ทีม SRTC รักทะเล จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี อันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน อุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในทะเลให้ออกห่างจากเครื่องมือทำการประมง ทีม บอกเจ๋ง จากม.เกษตรศาสตร์ อันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน นวัตกรรมทุ่นลอยดักจับและย่อยสลายน้ำมันด้วยจุลินทรีย์ Biofilm ทีม Bio Synergy จากม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ทีม บ่อสร้าง(พลัง)คลื่นเต่า จากจุฬาฯ 

หมวด Preserve: การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน เครื่องสร้าง(พลัง)คลื่นเต่า ทีม บ่อสร้าง(พลัง)คลื่นเต่า จากจุฬาฯ อันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน SeaGuard: อุปกรณ์สำหรับอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล เพื่อการกักเก็บคาร์บอนสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน ทีม Seagrass SeaGuard จากม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อันดับ 3 ได้แก่ ผลงาน คาร์บอนแคป ระบบ dMRV สำหรับตรวจวัดและจัดการบลูคาร์บอนป่าชายเลนด้วย AI ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลโดรน และข้อมูลภาคสนามทีม CarbonCap จากม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ทีมอาหวังรังวัง จากม.เกษตรศาสตร์ 

หมวด Provide: การสร้างโอกาสเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน แพลตฟอร์มให้อาหารอัจฉริยะเพื่อยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลอย่างยั่งยืน ทีมอาหวังรังวัง จากม.เกษตรศาสตร์ อันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน อวนไคโตซานย่อยสลายได้: นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อยุติปัญหาอวนผีในอ่าวไทย ทีม BlueLoop จากจุฬาฯ อันดับ ได้แก่ ผลงาน เกสรเทียมจากทรัพยากรปลาทะเลไทย: อาหารเลี้ยงผึ้งทางเลือกใหม่ที่มีศักยภาพเหนือกว่าเกสรธรรมชาติ ทีม Beyond Pollen จากม.พะเยา ม.เชียงใหม่ และม.ราชภัฏยะลา

สุศมา ปิตากุลดิลก

สุศมา ปิตากุลดิลก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปตท.สผ. กล่าวว่า การประกวดนวัตกรรมเพื่ออนุรักษ์ทะเลและพัฒนาชุมชนชายฝั่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นด้านการอนุรักษ์และพิทักษ์ทะเลอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ ให้เกิดแรงบันดาลใจและความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเชื่อว่าเยาวชนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดทะเลเพื่อชีวิต ซึ่งให้ความสำคัญทั้งด้านการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างรายได้ให้กับชุมชนชายฝั่งใน 17 จังหวัดรอบอ่าวไทย

สุศมา กล่าวต่อว่า การประกวดแบ่งผลงานออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ Protect, Preserve และ Provide เพื่อครอบคลุมการดูแลทะเลอย่างรอบด้าน โดยทุกผลงานมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือการอนุรักษ์ทะเลอย่างยั่งยืน โครงการยังสนับสนุนการนำผลงานไปทดลองใช้จริงในชุมชนชายฝั่งและงานเพื่อสังคม ควบคู่กับการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการบริหารจัดการทะเล ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ด้านผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า โลกในปัจจุบันมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ปรากฏแนวโน้มว่าจะลดลง โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 องศาเซลเซียส หรืออยู่ที่ราว 34.5 องศาเซลเซียสในระดับความลึกประมาณ 3 เมตร ส่งผลให้หญ้าทะเลสูญหายไปเกือบทั้งหมด และแนวปะการังได้รับความเสียหายกว่า 70–80%

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ พูดถึงโลกร้อน ซูเปอร์เอลนีโญ

“ในปีนี้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยเฉพาะซูเปอร์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิทะเลสูงขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส และอาจแตะถึง 2.5 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สภาพทะเลเปรียบเสมือนออนเซนตามธรรมชาติ และมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ระบบนิเวศใต้ทะเลอาจแทบไม่หลงเหลืออยู่ในสภาพเดิมอีกต่อไป”ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าว

ศศิกานต์ น่าชม นักศึกษาชั้น ปวส.1 วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี  ตัวแทนทีม SRTC รักทะเล เล่าว่า  พัฒนาทุ่นกันกระแทกข้างเรือและท่อกักคราบน้ำมันจากน้ำยางพาราธรรมชาติผสม NBR ในอัตราส่วน 80:20 ร่วมกับสารเร่งปฏิกิริยา ทำให้ได้ยางฟองน้ำชนิดรูพรุนที่ทนต่อน้ำมัน สภาพอากาศ และแรงกระแทกได้ดี แผ่นโฟมยางสามารถดูดซับน้ำมันบนผิวน้ำได้ 17–20 ลิตรต่อแผ่น (มากกว่าน้ำหนักตัวเองประมาณ 10 เท่า) และนำกลับมาใช้ซ้ำได้ 10–100 ครั้งระบบยังทำงานร่วมกับชุดกักเก็บคราบน้ำมันและระบบบำบัดน้ำเสียพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ใช้ปั๊มไดอะแฟรมแยกน้ำมันออกจากน้ำได้ 10–12 ลิตรต่อชั่วโมง ก่อนเก็บในถัง 10–15 ลิตรพร้อมเซ็นเซอร์แจ้งเตือนเมื่อเต็ม พร้อมติดตั้งกังหันตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนและช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งไปพร้อมกัน

ณิชากร อินตะวิชัย นิสิตชั้นปีที่ 2  ม.เกษตรศาสตร์ ตัวแทนทีมอาหวังรังวัง  เล่าว่า โครงการนี้พัฒนาเครื่องให้อาหารสัตว์น้ำกึ่งอัตโนมัติที่เชื่อมต่อควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนค่าอาหารและการเน่าเสียของน้ำจากการให้อาหารเกินความจำเป็นในกระชังเพาะเลี้ยงของชุมชนชายฝั่ง ตัวระบบใช้เซ็นเซอร์ใต้น้ำร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ในการตรวจวัดพฤติกรรมการกินและความหนาแน่นของสัตว์น้ำในกระชัง เพื่อคำนวณและปรับอัตราการจ่ายอาหารที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งที่ตกตะกอนสู่พื้นท้องทะเล ป้องกันปัญหาน้ำเสีย และช่วยเพิ่มผลกำไรลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืน

วินทกร คำภีระ นิสิตชั้นปี 3 ตัวแทนทีมบ่อสร้าง(พลัง)คลื่นเต่า จุฬาฯ เล่าว่า เครื่องจำลองและสร้างสภาวะคลื่นน้ำภายในบ่ออนุบาลเต่าทะเล เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของลูกเต่าก่อนที่จะถูกปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากลูกเต่าที่เลี้ยงในบ่อน้ำนิ่งมักขาดการพัฒนาของกล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดในทะเลเปิด ตัวเครื่องสามารถควบคุมระบบการหมุนเวียน ทิศทาง และความแรงของคลื่นน้ำให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ เพื่อกระตุ้นให้ลูกเต่าทะเลเกิดพฤติกรรมการว่ายน้ำต้านกระแส ช่วยฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนพาย และส่งเสริมสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการถูกสัตว์นักล่าจับกินในช่วงแรกของการลงสู่ทะเลลึก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.สผ. คว้า 10 รางวัลระดับสากล สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการองค์กร

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เข้ารับ 6 รางวัล จากงานประกาศรางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2569 (Asian Excellence Award 2026)

ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่

ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างครั้งแรกในไทย ลดเวลา ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มคุณค่าทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ปตท.สผ. น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ปตท.สผ. ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระกรณียกิจนานัปการที่ทรงปฏิบัติล้วนเป็นแบบอย่างอันประเสริฐแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศและประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ อันควรแก่การน้อมรำลึกและสานต่อเจตนารมณ์ของพระองค์สืบไป

ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลระดับโลกจากเวที Global CSR & ESG Awards 2026 สะท้อนความมุ่งมั่นการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับ 5 รางวัล จากเวทีระดับสากล Global CSR & ESG Awards 2026 จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปตท.สผ. แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานในประเทศ

ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการในประเทศในระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของพลังงานโลก โดยไตรมาส 1 บริษัทสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท