4เดือนเห็นผล รองนายกฯสุชาติเร่งผลักดัน​ “Zero Food Waste” ตามนโยบายรัฐ​ ชูทุกอุทยานฯ​ ตั้งเป้าลดขยะอาหารในอุทยานฯ​ 50% ชวน​นักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือ

ท่ามกลางความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหา "ขยะอาหาร" (Food Waste) ภัยคุกคามอันดับต้นๆ ของโลก และประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากข้อมูลล่าสุดในปี 2567 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นสูงถึง 27 ล้านตันต่อปี และในกองขยะมหึมานั้น กว่า 10 ล้านตันคือ "ขยะอาหาร" ที่ถูกนำไปกำจัด การเน่าเปื่อยของขยะอินทรีย์เหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดหลักของ ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการก่อภาวะโลกร้อนรุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า การแก้ไขปัญหาขยะอาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่เป็น "วาระแห่งชาติ" ในการบรรเทาวิกฤตโลกร้อนที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน​ เพื่อสนองตอบต่อเป้าหมายของรัฐบาลที่มุ่งลดขยะอาหารให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2573 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผลักดันนโยบาย Zero Waste อย่างเป็นรูปธรรม

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้ขานรับนโยบายดังกล่าวอย่างแข็งขัน ด้วยการยกระดับการจัดการขยะที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 สู่การเป็น "Zero Food Waste" หรือการลดขยะอาหารเป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ขยะอาหารทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติจะต้องไม่ถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย แต่จะต้องถูกนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อกำจัดแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นอันตรายถึงที่สุด
การขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Zero Food Waste ถูกกำหนดผ่าน 3 มาตรการหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

• มาตรการ “ไม่ให้เกิด” (Reduce): มุ่งลดขยะตั้งแต่ต้นทางผ่านการรณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้น รวมถึงการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามใช้โฟมและพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และมาตรการขยะคืนถิ่น
• มาตรการ “ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า” (Reuse & Recycle): พัฒนาระบบคัดแยกขยะอาหารและนำกลับไปใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมที่สุด เช่น การแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ และการเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย (BSF)
• มาตรการ “ร่วมรับผิดชอบ” (Responsibility): สร้างความร่วมมือกับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการผ่านการให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะ และการติดตามผล เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเป็นเจ้าของร่วมในพื้นที่

ทั้งนี้ได้ดำเนินการในอุทยานแห่งชาติไปแล้ว​ 118 แห่ง​ และจะดำเนินให้ครบทุกอุทยานและสถานที่ท่องเที่ยวในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ​ ตามเวลาที่กำหนด โดยมีอุทยานที่เริ่มดำเนินการแล้ว​ทุกภูมิภาค อาทิเช่น​ ภาคเหนือ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง ภาคกลาง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ภาคใต้อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคตะวันออก อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี และภาคตะวันตก อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทดลองใช้แนวคิดมาตรการ 3R (Reuse, Reuse & Recycle, Responsibility) ผลจากการดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยสามารถจัดการขยะมูลฝอยจากจำนวนนักท่องเที่ยว 18.5 ล้านคน ได้จำนวนกว่า 2,922.43 ตัน และที่น่าจับตาคือ อัตราการเกิดขยะเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 0.16 กิโลกรัม/คน/วัน โดยอุทยานฯ สามารถจัดการขยะได้เองในพื้นที่สูงถึง ร้อยละ 60 สะท้อนถึงการลดการพึ่งพาระบบกำจัดภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากนโยบายดังกล่าวได้สั่งการให้ทุกอุทยานมุ่งลดขยะอาหารเป็นศูนย์ โดยมีการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 4 เดือน (Quick Win) เพื่อกำหนดมาตรการและสร้างต้นแบบ สู่การรวบรวม Best Practice และติดตามประเมินผล ขณะเดียวกันได้จัดทำแผนระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2573) สู่เป้าหมายอุทยานแห่งชาติ 100% Zero Food Waste เพื่อขยายผลการดำเนินงานไปสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ท้าทายว่า ภายในปี 2573 อุทยานแห่งชาติ 156 แห่ง จะต้องเข้าร่วมเพื่อดำเนินการจัดการขยะอาหาร และสามารถลดปริมาณขยะอาหารให้ได้ร้อยละ 50 โดยขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนร่วมมือกับมาตรการลดและกำจัดขยะที่ถูกต้องโดยเฉพาะขยะอาหารกับกรมอุทยานแห่งชาติฯด้วย

โครงการ "Zero Food Waste" ในอุทยานแห่งชาติจึงไม่ใช่แค่ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมภายใน แต่คือการทำหน้าที่สำคัญของประเทศไทยในการเป็นแนวหน้าต่อสู้กับวิกฤตโลกร้อน ด้วยการปิดแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่อันตรายที่สุด เพื่อธำรงรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ลูกหลานต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รมว.สุชาติ' ห่วงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทองผาภูมิขาดการติดต่อ สั่งเร่งค้นหาเต็มกำลัง ก่อนพบปลอดภัยครบ 3 นาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 3 นาย ซึ่งขาดการติดต่อระหว่างออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการลักลอบกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ พร้อมเคลียร์อาวุธปืนที่สะสม!

'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ ห้ามพกปืนรับมีหลายกระบอก แต่เป็นของสะสม-เล่นกีฬา ตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่ง ยันไม่กังวลเรื่องลงพื้นที่ ถ้าถูกทําร้าย ถือเป็นโชคร้ายของเรา

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้ระดมกำลังค้นหานักท่องเที่ยวชาวเยอรมันสูญหาย หลังประสบเหตุทางน้ำบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีนักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันสูญหายภายหลังประสบเหตุทางน้ำบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต

'รมว.สุชาติ' ลุยจันทบุรี เร่งแก้ 'น้ำ-ช้างป่า-ที่ดินทำกิน' ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล 'คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด'

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง

'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

'รมว.สุชาติ' มอบหมาย อ.อ.ป. ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา สนับสนุนคอมพิวเตอร์ 22 เครื่อง เติมโอกาสเด็กโรงเรียนบ้านกิ่วลม จ.เชียงใหม่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ดำเนินการจัด “พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ โรงเรียนบ้านกิ่วลม ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยสนับสนุนคอมพิวเตอร์ จำนวน 22 เครื่อง สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ