วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอป่าโมก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุคันดินแตก น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรของประชาชนเป็นวงกว้าง
รมว.ทส. ได้มอบหมายให้ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอ่างทอง (ทสจ.อ่างทอง) ประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอากาศยานของ ทส. เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งการลำเลียงสิ่งของจำเป็น ขนย้ายผู้ป่วย และสนับสนุนการกู้ภัยในจุดที่น้ำยังท่วมขัง
นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก รมว.สุชาติ ให้เป็นผู้บัญชาการประสานงานในระดับกระทรวง โดยได้มอบหมายให้ นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ ประสานกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ เตรียมความพร้อมในการขนย้ายผู้ป่วยและผู้สูงอายุ หากสถานการณ์ยังคงรุนแรงหรือมีจุดที่ถูกตัดขาดจากการสัญจร
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ นายก่อเกียรติ กุลหกูล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอ่างทอง ประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะระดมทรัพยากรทุกด้าน ทั้งกำลังคน อากาศยาน และเครื่องมือสนับสนุนภาคสนาม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอันดับแรก ทส. จึงพร้อมลงพื้นที่ทุกจุดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด”
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คพ. ผนึกกำลัง SCG ศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินปนเปื้อนสารหนู ในพื้นที่แม่น้ำกก
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประชุมหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด (SCG) เร่งศึกษาแนวทางจัดการตะกอนดินลำน้ำ และดินแปลงเกษตรที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงน้ำผิวดิน และตะกอนจากกระบวนการผลิตน้ำประปา ในพื้นที่แม่น้ำกก เพื่อศึกษาแนวทางจัดการที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อประชาชน
เชียงใหม่ เจอฝนหนัก 24-27 ก.ย. เสี่ยงน้ำป่า-ดินถล่ม สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
เชียงใหม่สั่งทุกอำเภอเตรียมรับฝนหนักถึงหนักมาก 24-27 ก.ย. จับตาพื้นที่ลาดเชิงเขา-ทางน้ำไหลผ่าน-พื้นที่
ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต
“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา
เตรียมพร้อม! เช็กพื้นที่ฝนถล่มหนัก 23-27 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
'ภราดร' ยันรัฐบาลไม่ล่าช้า แจ้งเตือนน้ำท่วม ฝนตกหนัก 23-26 ก.ย. เป็นมวลน้ำก้อนสุดท้าย
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยม ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่างบางส่วน จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้
“สุชาติ” โชว์วิสัยทัศน์ไทยเวทีโลก ดันไม้ถูกกฎหมาย–ยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจสีเขียว
วันนี้ (22 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย พร้อมด้วยนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ

