ขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายนานาชาติ รุกสู้ NCDs

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังภาคีเครือข่าย เปิดเวที งาน “SEAPAC 2025 ขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย สู่อาเซียนแข็งแรง” โดยมีบุคลากรด้านกิจกรรมทางกายที่สําคัญทั้งระดับโลก เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าร่วม 700 คน จาก 14 ประเทศ

      ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยเฉพาะการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิต จากรายงานสถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายของประชากรไทย ในรอบ 12 ปี (ปี 2555-2566) พบคนไทยมีระดับการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่ำกว่า 70% ซึ่งการประชุมครั้งนี้ คือก้าวแรกของความร่วมมือในการสร้างศูนย์กลางกิจกรรมทางกาย (Physical Activity Hub - PA) เพื่อเป็นกลไกกลางในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกาย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ 1.ระดับบุคคล ควรเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนักอย่างน้อย 85 นาทีต่อสัปดาห์ 2.ระดับประเทศ ควรยกระดับอัตราการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอจาก 68% เพิ่มเป็น 75% 3.ระดับภูมิภาคและโลก ควรลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทุน และนโยบายสนับสนุน

“ไทยมีความพร้อมในการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนทั้งด้านวิชาการ งานวิจัย เชื่อมต่อข้อมูล และผลักดันให้เกิดกิจกรรมทางกายของประชากรในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งการยกระดับกิจกรรมทางกายถูกหยิบยกมาหารือในเวที SEAPAC 2025 แต่ละประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการและผลการวิจัย นวัตกรรมใหม่ การออกแบบโมเดลที่มีความหลากหลายของการมีกิจกรรมทางกาย ที่นำไปสู่การพัฒนานโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ส่งเสริมให้ประชาชนในภูมิภาคสามารถเข้าถึงและมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (ทีแพค)  กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ไทยได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมทางกายที่ครอบคลุมยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น (Active People) ผ่านการสื่อสาร การออกแบบกิจกรรม และการสร้างความเข้าใจที่เหมาะสมกับบริบท 2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของทุกคนอย่างเท่าเทียม (Active Environment) 3. สร้างค่านิยมทางสังคมและวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้การเคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต (Active Society) 4. พัฒนาระบบสนับสนุนที่เข้มแข็ง (Active System) เช่น ฐานข้อมูล งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายและการดำเนินงานด้านกิจกรรมทางกาย

“SEAPAC 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของการรวมพลังในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและยังเป็นเวทีเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว ที่จะต่อยอดสู่การพัฒนา Roadmap ด้านกิจกรรมทางกายของอาเซียน และติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทุก 3 ปี เพื่อสร้างสังคมที่กระฉับกระเฉง และเท่าเทียมในระดับภูมิภาค และหาแนวทางต่อยอดสู่การพัฒนาในอนาคต ภายใต้แนวคิด Healthy Active Meeting เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้เคลื่อนไหวระหว่างการเรียนรู้ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และสร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วมอย่างกระฉับกระเฉงและสร้างสรรค์” ดร.ปิยวัฒน์ กล่าว

Prof. Dr. Mark Tremblay จาก Active Healthy Kids Global Alliance    กล่าวว่า ขณะนี้ประชากรโลกมีกิจกรรมทางกายลดลงโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มวัยมีการเคลื่อนไหวน้อยลงอย่างชัดเจน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนการทำงานด้านกิจกรรรมทางกาย  โดยใช้วิธีเรียนรู้กรณีศึกษาจากแต่ละประเทศที่ทำได้ดีและประสบความสำเร็จ เช่น ประเทศเดนมาร์ค มีค่าเฉลี่ยของเด็กและเยาวชนที่มีความ Active มากกว่าประเทศไทย นอกจากนี้ การทำงานด้านกิจกรรมทางกายมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางด้านวัฒนธรรมด้วย ดังนั้น เราควรผลักดันให้กิจกรรมทางกายกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคม

สสส.เน้นย้ำ!! ให้ความสำคัญกับเรื่อง Active Living for All ตามนโยบายของ WHO เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงกิจกรรมทางกายโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง “ได้เข้าถึงการมีกิจกรรมทางกาย และมุ่งพัฒนาสร้างเสริมกิจกรรมทางกายให้เกิดขึ้นได้ ทุกที่ทุกเวลา”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ

แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ

โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง

ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง