
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ!
ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ รวมถึง บริษัท โมโน โปรดักชั่น ระหว่างวันที่ 22-30 สิงหาคม 2569 นี้น่ะ!
นัยว่า..เพื่อเป็นการยกระดับเมืองพัทยาสู่การเป็นจุดหมายของ “เทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ” และขับเคลื่อนสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์” ของยูเนสโก
โดยพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 สิงหา. ณ โคลอสเซียม โชว์พัทยา คาบาเรต์โชว์ มีการร่วมเดินพรมแดงสุดอลังการของผู้คนในแวดวงบันเทิง..
ทั้งผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ และบุคลากรชั้นนำของวงการภาพยนตร์ไทยและนานาชาติ!
ผู้สนใจ สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live: MONOMAX ได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป!
ครับ..นั่นก็เป็นความพยายามในการที่จะ “ยกระดับเมืองพัทยา” สู่การเป็นจุดหมายของ “เทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ”..
และต่อยอดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน!
แต่อีกด้าน..ที่ “กรุงเทพฯ” มีเสียงโอดครวญเบาๆ ของคนทำหนังเล็กๆ โดยคุณอรุณศักดิ์ อ่องลออ “นายกสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย” ได้โพสต์..
“ขอเวลาสักนิดให้หนังเล็กๆ เรื่องนี้” “ล่าม The Thai Interpreter”, “หนังเล็กไม่ได้ขอให้คุณสงสาร แค่ขอเวลาให้คุณได้เจอมัน”
วันนี้ผมอยากพูดแทนหนังเล็กๆ เรื่องหนึ่ง และจริงๆ แล้ว ผมอยากพูดแทนหนังเล็กทุกเรื่องในประเทศไทย หนังเรื่องนั้นชื่อ “ล่าม”
หลายคนที่ได้ดูแล้วบอกกับเราว่า นี่เป็นหนังที่ดี เป็นหนังที่อยากบอกต่อ อยากชวนคนอื่นมาดู หลายคนในคลิปที่ผมแชร์มานี้ ดูแล้วอยากชวนคนอื่นมาดู
ในรอบสื่อหลังดูหนังจบพวกเราไม่มีใครรีบกลับบ้าน เราอยู่ และยืนคุย พูดถึงความดีของหนังเรื่องนี้ และรู้ว่ามันน่าเป็นห่วงอย่างมาก กับสถานการณ์หนังเล็กๆ ในประเทศนี้
พวกเขาเหล่านั้นอยากให้คนไทยได้ดูหนังเรื่องนี้ แต่ปัญหาคือ...หนังดี มักไม่มีเวลาให้คนค้นพบ และมันก็อาจหายไป ก่อนที่คำว่า “หนังดี” จะเดินทางไปถึงคนดู
หนังใหญ่มีทุนประชาสัมพันธ์ มีสื่อ มีพื้นที่ มีพลังที่จะทำให้คนรู้จักตั้งแต่ก่อนหนังเข้าฉาย แต่หนังเล็กไม่มีสิ่งเหล่านั้น
สิ่งที่หนังเล็กมี คือ คนดูคนแรก คนหนึ่งดูแล้วชอบ บอกอีกคน อีกคนบอกอีกสิบคน นี่คือพลังที่สำคัญที่สุดของหนังอิสระ “ปากต่อปาก” แต่ปากต่อปาก...ต้องใช้เวลา
ในขณะที่ระบบโรงภาพยนตร์ต้องวัดผลจากรายได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคนดูน้อย รอบก็ลด
รอบลด คนก็ยิ่งหาหนังไม่เจอ สุดท้ายหนังถูกถอดออกจากโรง ก่อนที่ปากต่อปากจะทันได้ทำงาน
ผมเข้าใจโรงภาพยนตร์นะครับ โรงหนังก็คือธุรกิจ เขาต้องมีรายได้ และต้องบริหารพื้นที่ของเขา เพราะฉะนั้น วันนี้ผมไม่ได้ออกมาเรียกร้องให้ใครอุ้มหนังที่ไม่มีคนดู
ผมกำลังขออีกอย่างหนึ่ง “ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา” และสำหรับคนดู ถ้าคุณกำลังคิดว่าจะดู “ล่าม” ดีไหม อย่ารอครับ
เพราะบางทีคำว่า “เดี๋ยวค่อยไปดู” สำหรับหนังเล็ก อาจหมายถึงวันที่คุณพร้อมไปดู...แต่หนังไม่อยู่ให้ดูแล้ว
ถ้าดูแล้วไม่ชอบ ไม่เป็นไรครับ วิจารณ์มันได้เต็มที่ แต่ถ้าดูแล้วคุณคิดว่ามันดี ช่วยพูดถึงมัน ช่วยโพสต์ถึงมัน ช่วยชวนเพื่อนอีกหนึ่งคนไปดู
ไม่ใช่เพียงเพื่อช่วยหนังเรื่อง “ล่าม” แต่เพื่อบอกกับคนสร้างหนังตัวเล็กๆ ทั้งประเทศว่า
ถ้าคุณทำหนังดี ยังมีคนดูรอค้นพบคุณอยู่
ในฐานะนายกสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย ผมอยากเห็นวันที่หนังไทยไม่ได้มีพื้นที่เฉพาะหนังที่มีเงินมากพอจะตะโกนดังที่สุด
แต่มีพื้นที่ให้กับหนังเล็ก ที่อาจพูดเบาๆ...แต่มีบางอย่างที่ควรค่าแก่การฟัง วันนี้ ถ้า “ล่าม” ยังมีรอบอยู่ใกล้บ้านคุณ ไปดูมันครับ
แล้วถ้ามันดีอย่างที่หลายคนกำลังบอกกัน ช่วยกันทำให้ “ปากต่อปาก” วิ่งเร็วกว่าการถูกถอดออกจากโรง ขอบคุณครับ”
นี่..ผมก็ตั้งท่า แต่ยังไม่ได้ไปดูสักที ก็ขออนุญาต “ยืมปาก” คุณอรุณศักดิ์..
บอกต่อตรงนี้แล้วกัน!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..
ไม่ต้องกังวล?
แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สุภาพบุรุษผู้อาวุโส?
“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย.. เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้าทั้งสองท่าน

