
ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดูแลสุขภาพไม่อาจจำกัดอยู่เพียงในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่ต้องเริ่มต้นจาก “ชุมชน” และ “ตัวเราเอง” เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาสุขภาพเล็กๆ ลุกลามจนกลายเป็นภาระใหญ่ของสังคมไทย โครงการ “HealthTech X 2” ปีที่ 2 ที่ดำเนินงานโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ บริษัท ซีนเนอร์ยี่ อินโนเวชั่น จำกัด (SYNHUB) จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพที่เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ
ตลอดสองปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้กลายเป็นเวทีแห่ง “พลังคนรุ่นใหม่” ที่รวมทั้งนักนวัตกรรม สตาร์ทอัป และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศกว่า 130 ทีม เข้ามาร่วมแข่งขัน พัฒนา และบ่มเพาะไอเดียสู่ต้นแบบเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่ใช้งานได้จริง ภายใต้แนวคิด “The Future - เพราะอนาคตของสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากวันนี้”

ลดความเหลื่อมล้ำด้วยนวัตกรรมสุขภาพ
นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวในพิธีประกาศผลว่า สิ่งที่โครงการนี้มุ่งหวังคือ “การสร้างพื้นที่ตัวอย่างของสุขภาวะ” ที่ไม่เพียงช่วยให้คนในเมืองเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ยังต้องส่งต่อถึงพื้นที่ห่างไกล “วันนี้เรามีผู้ป่วยติดเตียงเพิ่มขึ้นทุกวันเป็นหลักพัน และอาจแตะหลักหมื่นในเวลาไม่นาน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยกำลังแก่ตัวลงเร็ว แต่กลับมีพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพ ขณะที่ระบบสาธารณสุขยังต้องแบกรับภาระหนักขึ้นเรื่อยๆ”
นายสัมพันธ์เน้นว่า เป้าหมายของ สสส.ไม่ใช่เพียงการมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ แต่คือการสร้างพันธมิตรที่จะร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ “อย่าปล่อยให้สุขภาพเป็นเรื่องของโรงพยาบาล ต้องเริ่มที่บ้าน ครอบครัว และชุมชน ทุกคนต้องตื่นขึ้นมาดูแลตัวเองก่อนที่โรคจะถามหา”

7 สุดยอดนวัตกรรมไทย สู่การใช้งานจริง
รอบชิงชนะเลิศของปีนี้ ได้คัดเลือกสุดยอดผลงานจาก 22 ทีมสุดท้าย รวมทั้งสิ้น 7 ทีมที่โดดเด่นและมีศักยภาพมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์
ประเภท ประชาชนทั่วไปและสตาร์ทอัป รางวัลชนะเลิศอันดับ 1: “Flowmind-RA” แอปฯ ประเมินภาวะทางเดินปัสสาวะอุดกั้นด้วยเสียง จากทีม Eldent อันดับ 2: แอปฯ การเดินทางเพื่อผู้ใช้วีลแชร์ จากทีม นัก Bit อันดับ 3: "VR สร้างเสริมสุขภาพจิตสำหรับผู้ต้องขัง" จากทีม YVR รางวัลพิเศษ: อุปกรณ์ควบคุมภายในบ้านด้วยเสียง สำหรับผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียง จากทีม AIHUB
ประเภท ผู้ประกอบการทั่วไป รางวัลชนะเลิศอันดับ 1: “ERTIGO” แอปพลิเคชันแนะนำท่ายืดเหยียดสำหรับผู้สูงอายุและผู้ใช้แรงงาน อันดับ 2: แพลตฟอร์ม AI คัดกรองมะเร็งเบื้องต้น สำหรับกลุ่มเปราะบาง จากทีม Precisionize อันดับ 3: อุปกรณ์เฝ้าระวังการล้มในผู้สูงอายุ จากทีม ใส่ใจวัยเก๋า
สสส.เตรียมผลักดันผลงานเหล่านี้ให้เกิดการใช้งานจริง ทั้งในบ้าน โรงพยาบาล และชุมชน พร้อมต่อยอดสู่ ธุรกิจเพื่อสังคม และขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เพื่อแสดงศักยภาพของนวัตกรรมสุขภาพฝีมือคนไทยในระดับโลก
ERTIGO: แอปฯ ยืดเหยียดสู้ปวดเรื้อรัง
หนึ่งในผลงานที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดคือ “ERTIGO” แอปฯ กายภาพบำบัดออนไลน์จากทีมผู้ประกอบการหญิงไทยรุ่นใหม่ นำโดย น.ส.พรพิมล สถิรรัตน์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท บีนิว เทค จำกัด ที่ตั้งเป้าแก้ปัญหาอาการปวดเรื้อรังในผู้สูงอายุและผู้ใช้แรงงานรายได้น้อย

แรงบันดาลใจของ ERTIGO มาจากประสบการณ์ตรงของผู้ก่อตั้ง ที่เคยประสบปัญหา “ออฟฟิศซินโดรม” จากการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เธอจึงร่วมมือกับนักกายภาพบำบัดจากมหาวิทยาลัยรังสิต พัฒนาแอปฯ ที่ใช้ AI และเทคโนโลยีสแกนร่างกายด้วยกล้องมือถือ เพื่อประเมินความตึงของกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกาย พร้อมแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อเฉพาะบุคคลผ่านภาพเคลื่อนไหวแบบ Animation
“เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้เงินมาก ไม่ต้องรอให้ป่วยก่อนถึงจะรักษา” พรพิมลกล่าว “มีลูกค้าต่างประเทศอายุ 91 ปี ขอให้เราพัฒนาโปรแกรมเฉพาะตัว นั่นทำให้เราเห็นว่าความต้องการลักษณะนี้มีอยู่ทั่วโลก”
ผู้ใช้สามารถสแกนร่างกายผ่านกล้องมือถือ จากนั้นระบบจะวิเคราะห์ท่าทาง เสนอแนวทางยืดเหยียดที่เหมาะสม พร้อมติดตามผลสุขภาพรายวัน เพื่อป้องกันการเกิดอาการปวดซ้ำ ผลงานนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ แต่ยังสร้างวัฒนธรรม “ดูแลตัวเองก่อนเจ็บป่วย” ได้อย่างแท้จริง
Flowmind-RA: ใช้เสียงวิเคราะห์สุขภาพผู้สูงอายุ
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทสตาร์ทอัป คือ “Flowmind-RA” จากทีม Eldent นำโดย นพ.ลาภณวัส สันติธรรม ที่ใช้เทคโนโลยีเสียงช่วยประเมินภาวะทางเดินปัสสาวะอุดกั้นในผู้สูงอายุ ซึ่งมักเป็นปัญหาที่ถูกมองข้าม
เพียงเปิดแอปฯ แล้วใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเสียงขณะปัสสาวะ ระบบจะวิเคราะห์แรงไหลของเสียงและคำนวณอัตราการไหลของปัสสาวะ เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะเบื้องต้นได้ทันที ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้สูงอายุเข้าใจสัญญาณเตือนร่างกายก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และสามารถนำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่กล้าพูดถึงอาการปัสสาวะผิดปกติ หรือไม่รู้ว่านั่นคือสัญญาณของโรค เราจึงอยากให้เทคโนโลยีนี้เป็นเพื่อนช่วยสังเกตสุขภาพแบบง่ายๆ และเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์เชิงป้องกันในอนาคต” นพ.ลาภณวัสกล่าว

บ่มเพาะทุนมนุษย์-จุดไฟนวัตกรรุ่นใหม่
น.ส.รัศมี สืบชมภู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SYNHUB และหัวหน้าโครงการ HealthTech X 2 เปิดเผยว่า ในรอบปี 2567-2568 นวัตกรทั้ง 22 ทีมจะได้รับทุนสนับสนุนทีมละ 500,000-1,000,000 บาท รวมกว่า 10 ล้านบาท เพื่อพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์จริงของกลุ่มเปราะบาง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และการตลาดคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
“เราไม่ได้มองแค่ว่าจะได้ผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น แต่เรากำลังสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจเพื่อสังคม และเข้าใจการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย” เธอกล่าว
ผู้สนใจสามารถติดตามผลงานและทดลองใช้งานได้ที่เพจ “HealthTech X” หรือผ่าน Line OA : @healthtechx
อนาคตสุขภาพไทย เริ่มต้นจากวันนี้
โครงการ HealthTech X 2 ไม่เพียงเป็นเวทีของความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็น “โมเดลแห่งความหวัง” ที่สะท้อนว่าการสร้างสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องรอให้ภาครัฐลงมือทุกอย่าง หากประชาชนและผู้ประกอบการมีโอกาสและพื้นที่ในการลงมือทำ เทคโนโลยีจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

จาก 22 ทีมนวัตกรที่เริ่มต้นด้วยไอเดียเล็กๆ วันนี้กำลังเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนระดับประเทศ และในอนาคตอันใกล้ ผลงานเหล่านี้อาจได้ปรากฏบนเวทีโลกในฐานะ “นวัตกรรมสุขภาพเพื่อมนุษยชาติ” ที่เริ่มต้นจากประเทศไทย
เพราะ “อนาคตของสุขภาพที่ดี” - เริ่มต้นจากการลงมือทำวันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570
สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก
สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง
“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด
เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์

